ข่าวการเมือง

สส.ไอซ์ จี้โครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้าน ใครได้ประโยชน์จริง ประชาชน หรือบริษัทที่ฟาดงาน?

สส.พรรคประชาชนโพสต์ ตั้ง 19 ข้อสงสัย TH-AI Passport งบ 1,621 ล้านบาท ชี้ล็อคสเปค-ผู้ชนะซ้ำหน้ากระทรวงสีน้ำเงิน

รักชนก ศรีนอก หรือ สส.ไอซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามตรง ๆ ต่อโครงการ TH-AI Passport งบประมาณ 1,621 ล้านบาท ว่า “คนได้ประโยชน์คือประชาชน 5 ล้านคน หรือบริษัทที่ฟาดโครงการ 1,600 ล้านกันแน่”

พร้อมชี้ว่าโครงการนี้มีการ “ล็อคสเปค-ล็อคผู้ชนะประมูล” และผู้ชนะงานชุดนี้ยังดันบังเอิญชนะโครงการใหญ่ในกระทรวงที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลอยู่ด้วย

19 ข้อสงสัยหลัก จาก สส.ธีระชาติ ก่อตระกูล

ธีระชาติ ก่อตระกูล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน รวบรวมข้อสังเกตสำคัญไว้ 19 ข้อ ดังนี้

ประเด็นงบและการเข้าถึง

โครงการใช้งบ 1,621 ล้านบาท เพื่อแจก AI ระดับ Pro ให้คนไทย 5 ล้านคน แต่ระบบรองรับผู้ใช้พร้อมกันได้แค่ 139 คนต่อวินาที หรือ 500,000 คนต่อชั่วโมงเท่านั้น

ผู้ใช้ทุกคนต้องลงทะเบียนผ่าน ThaiD ด้วยชื่อ-นามสกุลจริง แต่เมื่อลงทะเบียนแล้ว บัญชีผู้ใช้สามารถขายต่อได้โดยไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติม

ประเด็นข้อมูลส่วนตัวและโทเคน

TOR ระบุว่าระบบต้องเห็นทุกการค้นหาเป็นรายบุคคล ทำให้ข้อมูลการใช้งานของทุกคนโปร่งใสต่อผู้ให้บริการ

ผู้ชี้แจงในคณะกรรมาธิการยืนยันว่าผู้ใช้ไม่จำกัดโทเคน แต่ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการย้ำว่าโทเคนคือทรัพยากรที่มีราคา ซื้อกันแพง และไม่สามารถให้ไม่จำกัดได้จริง ขณะที่ผู้ชี้แจงเองก็ยอมรับว่า “การจัดการโทเคนยังมีปัญหา” แต่กระบวนการประมูลผู้ชนะเสร็จสิ้นไปแล้ว

ประเด็นรูปแบบ AI และการใช้งาน

AI ในโครงการนี้มาในรูปแบบแชทเท่านั้น ไม่มี API Key ให้นักพัฒนาหรือผู้ใช้นำไปต่อยอดกับระบบอื่น

รองโฆษกรัฐบาลระบุว่าเป็นการ “ซื้อโครงสร้างพื้นฐาน” แต่สิ่งที่จ่ายไปจริงๆ คือการเช่าใช้แบบหมดอายุหลัง 1 ปี

ประเด็นความเร่งรีบและช่วงเวลา

รัฐมนตรีผลักดันโครงการนี้ในช่วงปีใหม่ ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีรักษาการหลังยุบสภาวันที่ 11 ธ.ค. 68 โดยอ้างว่า “AI สำคัญ รอไม่ได้แล้ว” และอ้างว่าไทยซื้อถูกกว่าสิงคโปร์ถึง 20 เท่า หรือลดได้ 95%

สส.ธีระชาติ ตั้งคำถามกลับว่า เคยมีใครต่อราคาอะไรได้ 95% จริงหรือ

ประเด็นผู้ชนะงานซ้ำหน้า

กลุ่มบริษัทที่ได้งาน TH-AI Passport ยังรับงานอีกหลายชิ้น ทั้งโมโตจีพีที่บุรีรัมย์ ป้ายโฆษณากระทรวงแรงงาน โครงการ NDLP กระทรวงศึกษา และป้ายโฆษณาชุดใหญ่อื่นๆ โดยกระทรวงเหล่านั้นอยู่ภายใต้การกำกับของอดีตรัฐมนตรีพรรคสีน้ำเงิน 3 กระทรวง มูลค่าโครงการรวมกันเกิน 10,000 ล้านบาท

สส.ไอซ์ จี้โครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้าน
ภาพจาก : FB/รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork

จุดยืนของฝ่ายค้าน

ทั้ง สส.ไอซ์ และ สส.ธีระชาติ ยืนยันชัดว่า ไม่ได้ค้าน AI แต่ค้านความไม่โปร่งใสของโครงการนี้โดยตรง สส.ไอซ์ ฝากถึง ไชยชนก ชิดชอบ ว่า “อย่าบิดประเด็น”

ด้าน สส.ธีระชาติ ระบุว่าคำถาม 19 ข้อนี้คิดเป็น 95% ของประเด็นที่ต้องการคำตอบ และตั้งคำถามปิดท้ายว่ายังมีโครงการลักษณะเดียวกันอีกกี่โครงการ และรัฐบาลจะทำให้โปร่งใสขึ้นได้อย่างไร

จุดยืนของฝ่ายค้าน
ภาพจาก : FB/Max ธีระชาติ ก่อตระกูล – Max Kortrakul

นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก เพจ “การตลาดวันละตอน” แพลตฟอร์มวิเคราะห์กลยุทธ์และการตลาดชื่อดัง ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตเชิงตั้งคำถามถึงกระบวนการดำเนินงานของรัฐบาลไทย เกี่ยวกับดุลยพินิจในการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง ว่า

“…ทำไมประเทศไทยไม่ซื้อ AI ตรงกับบริษัทแม่ ทำไมต้องผ่านบริษัทตัวกลางที่ทำเกี่ยวกับรถครับ ?”

ข้อกังขารวมถึงประเด็นการตั้งข้อสังเกตดังกล่าว ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่ของความคุ้มค่าด้านงบประมาณแผ่นดิน ผลประโยชน์ทับซ้อน และหลักธรรมาภิบาลในการเลือกสรรคู่สัญญาของภาครัฐ ว่าเหตุใดจึงต้องมีการจัดซื้อระบบปัญญาประดิษฐ์ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีโครงสร้างธุรกิจหลักเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ แทนที่จะเป็นการติดต่อซื้อขายโดยตรงกับผู้พัฒนาหรือบริษัทแม่ผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีชั้นนำนั้น ๆ

อย่างไรก็ดี ต่อกรณีข้อสงสัยที่เกิดขึ้นนี้ คงต้องรอการชี้แจงและคำอธิบายอย่างเป็นทางการจากฝ่ายบริหารหรือหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีแนวทางออกมาชี้แจงต่อประเด็นข้อกังขาและสร้างความโปร่งใสให้แก่สาธารณชนได้รับทราบอย่างไรบ้างต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button