สาวเล่าประสบการณ์เฉียดตายจาก ไวรัสฮันตา ผลข้างเคียงทางจิตที่ติดตัวมาตั้งแต่ 5 ขวบ

สาวเล่าประสบการณ์เฉียดตายจาก ไวรัสฮันตา ถ่ายเป็นเลือด-ผิวหนังไวต่อการสัมผัส ฝังใจกลัวการอาเจียนผลข้างเคียงทางจิตที่ติดตัวมาตั้งแต่ 5 ขวบ
ปัจจุบันไวรัสฮันตาสายพันธุ์ Andes กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก แต่ในอดีตโรคนี้เป็นโรคที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก ทำให้ผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคนี้ในอดีตต้องเผชิญกับประสบการณ์เฉียดตาย ความโดดเดี่ยวและกระบวนการรักษาที่ยากลำบาก
ล่าสุด เชนา มอนเทียล (Shaina Montiel) หญิงวัย 38 ปี ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวและประสบการณ์ชีวิตวัยเด็กหลังจากที่เธอได้รับการวินิจฉัยว่าป่วย โรคไวรัสฮันตา ในปี 1993 ซึ่งเธอเป็นเด็กอนุบาลคนแรก ๆ ที่ติดเชื้อไวรัสฮันตาในขณะนั้น
เชนาเล่าถึงอาการป่วยที่เริ่มขึ้นตอนเธออายุเพียง 5 ขวบ ว่า “อาการแรกเริ่มคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา แต่หลังจากได้รับยาปฏิชีวนะอาการกลับไม่ดีขึ้น ร่างกายเริ่มอ่อนแรง และเกิดอาการเลือดออกทางทวารหนักอย่างควบคุมไม่ได้ มีผื่นเลือดออกใต้ผิวหนัง และที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือ ผิวหนังของเธอไวต่อสัมผัสมากจนแม้แต่เส้นผมยังแตะไม่ได้ เพราะจะทำให้เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
แพทย์ในขณะนั้นยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ ทำให้ต้องระดมตรวจทั้งโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและลูคีเมีย ก่อนจะมีหมอรายหนึ่งที่เพิ่งกลับจากสัมมนาเรื่องไวรัสฮันตาเข้ามาช่วยวินิจฉัยได้ทันเวลา”

เชนา เล่าต่อว่า ประสบการณ์ในตอนนั้นที่เธอต้องต่อสู้กับอาการต่าง ๆ จากโรคไวรัสฮันตา ส่งผลกระทบทางจิตใจของเธอจวบจนปัจจุบัน
“เธอมีอาการหวาดกลัวการอาเจียน (Emetophobia) อย่างรุนแรงมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากในวัยเด็กเธออาเจียนหนักกว่าที่เคยเจอในชีวิต เธอโตมาพร้อมกับความวิตกกังวลว่าตนเองจะเสียชีวิตจากโรคหายากอยู่ตลอดเวลา
หลังหายป่วย เธอต้องเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและอุจจาระต่อเนื่องนานถึง 2 ปี เพื่อเฝ้าระวังผลข้างเคียงต่อไตและการมองเห็น”
เชนา มอนเทียล กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้โรคนี้จะเคยถูกระบุว่าแพร่จากสัตว์ฟันแทะสู่คน แต่การได้ข่าวว่ามีสายพันธุ์ที่ติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ ทำให้เธอกลับมาวิตกกังวลอีกครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของผู้ป่วยรายใหม่ ๆ ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานนี้ไปได้เช่นเดียวกับที่เธอเคยรอดชีวิตจากไวรัสฮันตามาได้”



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ผลวิจัยพบ ไวรัสฮันตา ฝังตัวในอสุจินาน 6 ปี แม้หายป่วย เสี่ยงติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- WHO เชื่อยอดผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา จะเพิ่มขึ้นอีก หลังเชื้่อยังอยู่ในระยะฟักตัว
- ข่าวบิดเบือน! ไวรัสฮันตา ถึงประเทศไทย กรมควบคุมโรค ยันไม่พบการแพร่ระบาด
- จริงไหม? โซเชียลอ้าง ผู้ป่วยไวรัสฮันตา อวัยวะเพศชายจะหดตัวลง 3 นิ้ว
- สธ. ยืนยันยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสฮันตาในไทย ย้ำไม่ใช่โรคใหม่ ขออย่าตื่นตระหนก
อ้างอิงจาก : nypost
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



