พ่อเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ เศร้า ลูกชายอนาคตไกล ให้เงิน 5 ล้านแลกชีวิตก็ไม่เอา

พ่อเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ เปิดใจรถโดยสารควรต้องปลอดภัยที่สุด ไร้คำขอโทษจากการรถไฟฯ ชี้หละหลวมตรวจสอบคนขับ เผยลูกชายยังอนาคตไกล ถ้านำเงินมาให้แล้วฆ่าลูกก็ไม่เอา
จากโศกนาฏกรรมรถไฟบรรทุกสินค้า (แหลมฉบัง-บางซื่อ) พุ่งชนรถประจำทางสาย 206 และยานพาหนะอื่น ๆ บริเวณจุดตัดแยกใต้สถานีแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 รายนั้น
ล่าสุด นายสันติ เขียววิจิตร พ่อของหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่โดยสารมากับรถเมล์สาย 206 เปิดใจด้วยความอัดอั้นถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ควรเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับประชาชน ไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงที่ต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้
“ผมมองว่าการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะควรจะเป็นระบบที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ลูกชายผมอายุยังน้อยสามารถไปได้อีกไกล รัฐบาลควรจัดการความปลอดภัยมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าวัวหายล้อมคอก เดี๋ยวก็กลับมาเกิดเหตุซ้ำอีก ผมว่าระบบการจัดการ ควรทำให้มันครอบคลุมมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นครั้งหนึ่งก็มาแก้ไขครั้งหนึ่ง
ส่วนตัวผมมองว่าอุบัติเหตุนี้มันเกิดขึ้นเพราะองค์กรส่วนที่เกี่ยวข้อง คนขับถือเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ฉะนั้นต้องดูแลพนักงานตัวเองให้ดี ไม่ใช่ว่าเกิดเหตุแล้วโยนไปให้พนักงานแล้วก็ไม่รับผิดชอบหรือเยียวยาอะไร ผมว่าองค์กรต้องรับผิดชอบเรื่องนี้
ผมอย่างตำหนิรถไฟอย่างมาก ตั้งแต่เกิดเหตุ ขสมก. ติดต่อมาเพื่อจะแสดงความเสียใจ แต่ผมไม่ได้ยินคำนั้นจากการรถไฟเลย ยิ่งตรวจพบว่าคนขับรถไฟมีการใช้ยาเสพติด ผมว่าระบบการตรวจสอบของเขาค่อนข้างแย่เลย จะมาบอกว่าคุณมาจอดบนรางแล้วเราชนเลยก็ไม่ถูก”
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้าคุณเอาเงิน 5 ล้านแล้วฆ่าลูกผม ผมก็ไม่เอา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รู้แล้วช็อก วงจรปิดชี้ชัด ไม่พบคนขับนั่งควบคุมรถไฟ ก่อนเหตุสลดชนรถเมล์
- สร.รฟท. โต้ระยะเบรกแค่ 200 เมตร ไม่ใช่ 2 กม. แจงเรื่องคนขับไม่มีใบอนุญาต
- คนขับรถเมล์สาย 24 สัญญาไม่คร่อมทางรถไฟเด็ดขาด ย้ำผู้โดยสารฝากชีวิตไว้
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





