ข่าวอาชญากรรม

ฝรั่งอ้างลืมมือถือ ก่อนฉก iPhone 17 บาริสต้ากลางทองหล่อ (คลิป)

บาริสต้าสาวย่านทองหล่อถูกมิจฉาชีพมองโกเลียอ้างลืมมือถือ ขอยืมโทรศัพท์ก่อนวิ่งหนีหายพร้อมเชิดค่าอาหาร พบประวัติสุดแสบวีซ่าขาด 2 ปี เคยถูกจับแต่กลับมาก่อเหตุซ้ำ

เคสนี้ น.ส.ปาริชาติ อายุ 27 ปี พนักงานบาริสต้าผู้เสียหาย ได้เข้าร้องเรียนต่อเพจ “สายไหมต้องรอด” เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังถูกมิจฉาชีพชาวต่างชาติหลอกเชิดโทรศัพท์มือถือ iPhone 17 และชิ่งค่าอาหารรวมมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นบาท กลางย่านทองหล่อ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 18 เม.ย.69 ชายชาวต่างชาติลักษณะผิวขาวชาวเอเชีย เข้ามาใช้บริการร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ ตั้งแต่เวลา 12.20 น. สั่งอาหารทานตามปกติเหมือนลูกค้าทั่วไปจนเกือบถึง 15.00 น.

ต่อมาเวลา 15.10 น. ชายคนดังกล่าวเดินมาหาตนที่เคาน์เตอร์ อ้างว่า “ลืมเอาโทรศัพท์มา” ขอยืมโทรศัพท์ของตนเพื่อโทรหาเพื่อน ด้วยความที่เห็นว่าเป็นลูกค้าที่นั่งในร้านมานานจึงหลงเชื่อให้ยืมไป

ชาวต่างชาติทำทีคุยสายก่อนนำมาคืนครั้งแรก แต่สักพักมีสายโทรกลับมา จึงขอยืมเครื่องไปอีกครั้ง

จากนั้นเดินวนไปมาในร้านเพื่อหาจังหวะ พอเผลอคนร้ายได้วิ่งหนีออกประตูหลังร้านหายไปทันที พร้อมกับโทรศัพท์ iPhone 17 และทิ้งบิลค่าอาหารที่ยังไม่จ่ายอีกจำนวน 1,463 บาท

ภาพ @Facebook

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ พร้อมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าคนร้ายคือ ชายชาวมองโกเลีย อายุประมาณ 40 ปี โดยมีประวัติก่อเหตุในหลายคดี

ไล่ตั้งแต่เคยก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ เคยถูกตำรวจ ตม. และ สน.ห้วยขวาง จับกุมไปเมื่อ 9 มิถุนายน 2568 และจากการตรวจสอบสถานะพบว่าวีซ่าขาดอายุมานานกว่า 2 ปี ถือเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย

บาริสต้าสาวยังระบุด้วยความอัดอั้นว่า พอไปหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็เจอข่าวว่า ชายต่างชาติรายนี้เคยถูกจับไปแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ทำไมถึงยังออกมาอยู่ข้างนอกและกล้าก่อเหตุซ้ำได้อีก แถมวีซ่าขาดไป 2 ปีแล้ว กฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้เลยหรือ?

ภาพ @Facebook
ภาพ @Facebook

สำหรับการติดตามคดีทีมงานสายไหมแจ้งว่าจะประสานไปยังผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ให้เร่งรัดฝ่ายสืบสวนตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ จะขอให้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุใดบุคคลที่วีซ่าขาดและมีคดีติดตัวถึงยังอาศัยอยู่ในประเทศได้ เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศและขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ไม่ให้กลับเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้คนไทยได้อีก พร้อมเตือนประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า อย่าไว้ใจให้คนแปลกหน้ายืมทรัพย์สินมีค่าแม้จะเป็นลูกค้าในร้านก็ตาม.

ขอบคุณคลิป : ข่าวP-Newsออนไลน์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button