การเงินเศรษฐกิจ

รัฐบาลรื้อโครงสร้างค่าไฟใหม่ ใช้เกิน 401 หน่วย จ่ายอ่วม 5 บาท เริ่ม มิ.ย.นี้

รัฐบาลเตรียมรื้อโครงสร้างค่าไฟใหม่ เริ่ม มิ.ย. 69 เคาะเกณฑ์คนใช้น้อยจ่ายไม่เกิน 3 บาท บ้านไหนใช้ไฟเกิน 401 หน่วยขึ้นไป จ่ายหนัก 5 บาทต่อหน่วย แนะโซลาร์เซลล์ช่วยลดภาระ

เช็กก่อนใช้! นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยแผนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ กระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายเริ่มบังคับใช้อัตราใหม่ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 นโยบายนี้ครอบคลุมประชาชน 23.2 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

กระทรวงพลังงานแบ่งเกณฑ์การเรียกเก็บค่าไฟฟ้าใหม่เป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. ผู้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก

ครอบคลุมผู้ใช้ 23.2 ล้านครัวเรือน (แบ่งเป็นกลุ่มที่ใช้น้อยกว่า 200 หน่วย 15.4 ล้านครัวเรือน และกลุ่มที่ใช้มากกว่า 200 หน่วย 7.8 ล้านครัวเรือน) อัตราค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ระดับไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย

2. ผู้ใช้ไฟฟ้า 201–400 หน่วย

ครอบคลุม 4.6 ล้านครัวเรือน อัตราค่าไฟฟ้าส่วนเกินนี้จะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย

3. ผู้ใช้ไฟฟ้า 401 หน่วยขึ้นไป

ครอบคลุม 3.2 ล้านครัวเรือน กระทรวงพลังงานจะปรับเพิ่มอัตราเรียกเก็บแบบขั้นบันได ปัจจุบันกลุ่มนี้จ่ายค่าไฟประมาณ 4.50 บาทต่อหน่วย อัตราใหม่จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 บาท ทำให้ต้องจ่ายในเรตมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย

โครงสร้างใหม่นี้จะทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกจ่ายค่าไฟในราคาถูกลง ส่วนกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 200-400 หน่วยจะจ่ายค่าไฟในอัตราใกล้เคียงเดิมหรือลดลงเล็กน้อย การนำเรตราคาของ 200 หน่วยแรกที่ไม่เกิน 3 บาทมาคำนวณรวมจะช่วยดึงค่าไฟเฉลี่ยโดยรวมให้ถูกลงได้

นายเอกนัฏ อธิบายเหตุผลในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ประเทศไทยใช้โครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบเดิมมานานกว่า 20 ปีโดยไม่มีการแก้ไข โครงสร้างเก่าไม่ตอบสนองหลักการที่ว่าคนใช้ไฟน้อยควรจ่ายเรตถูก และคนใช้ไฟเยอะควรจ่ายเรตแพง

ปัจจุบันกลุ่มคนใช้ไฟฟ้าปริมาณมากเป็นปัจจัยให้ประเทศต้องนำก๊าซธรรมชาติมาผลิตไฟฟ้าสูงกว่า 60% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด รัฐยังต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) จากต่างประเทศอีก 30% ซึ่งต้นทุนแอลเอ็นจีจะมีราคาแพงมากในบางช่วงเวลา หากประเทศลดการนำเข้าแอลเอ็นจีลงได้ 5-10% จนเหลือสัดส่วนเพียง 20% จะช่วยลดต้นทุนค่าเอฟที (Ft) ลงได้ประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย

รัฐบาลมีข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าระดับ 480-500 หน่วยขึ้นไป โดยส่งเสริมให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ภาครัฐเตรียมจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมาสนับสนุนผู้ที่ไม่มีงบประมาณก้อนใหญ่ ตัวอย่างเช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 1 กิโลวัตต์ ผลิตไฟฟ้าได้ 100-150 หน่วย

หากติดตั้งขนาด 2-3 กิโลวัตต์ จะผลิตไฟฟ้าได้ 400-450 หน่วย ระบบขนาดนี้ใช้งบประมาณราว 60,000 บาท รัฐจะเสนอเงื่อนไขผ่อนชำระ 10 ปี โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ คิดอัตราดอกเบี้ย 3% ประชาชนจะผ่อนจ่ายเพียงเดือนละ 600 บาท การผ่อนแผงโซลาร์เซลล์จะเข้ามาทดแทนบิลค่าไฟฟ้า 300-400 หน่วย ที่ผู้ใช้เคยจ่ายประมาณ 1,500 บาทต่อเดือน แนวทางนี้จะช่วยให้ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้จริง

กระทรวงพลังงานยังเตรียมลดขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ จากเดิมที่ใช้เวลาดำเนินการนับปี กระทรวงมหาดไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะปรับลดเวลาพิจารณาอนุมัติติดตั้งมิเตอร์ให้เสร็จภายในเวลา 1 เดือน การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองโดยไม่ขายเข้าระบบจะใช้เวลาดำเนินการเพียง 7 วัน

สำหรับกลุ่มที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อใช้งานเองและต้องการขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ รัฐจะรับซื้อในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นเรตที่สูงกว่าราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม เดิมรัฐกำหนดกรอบรับซื้อไว้ไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ (คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 0.1% จากกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของประเทศ 50,000 เมกะวัตต์) รัฐบาลจะขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ในระยะต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

sukanlaya s.

นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button