ทูตไทย ฟาดกลับกัมพูชา กลางที่ประชุม ECOSOC แฉแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ค้ามนุษย์

ทูตไทย ตอบโต้กัมพูชา กลางที่ประชุม ECOSOC แฉปมโจมตีชายแดนไทย วางทุ่นระเบิดเพิ่ม และเป็นแหล่งซุกซ่อนแก๊งสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ในการประชุม ECOSOC Forum on Financing for Development Follow-up ค.ศ. 2026 ไทยได้ใช้สิทธิตอบโต้ (Right of Reply) ภายหลังจากผู้แทนกัมพูชากล่าวพาดพิงถึงไทยในช่วงการอภิปรายทั่วไป
นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ได้ตอบโต้ถ้อยแถลงดังกล่าว โดยย้ำว่า ไทยได้สนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพ การฟื้นฟูประเทศ และการพัฒนาของกัมพูชาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 2496 รวมถึงในช่วสงครามกลางเมืองในทศวรรษ 2510–2520 ซึ่งไทยได้ให้ที่พักพิงแก่ชาวกัมพูชาที่หลบหนีความขัดแย้งนับแสนคนในแต่ละวัน โดยรวมแล้วกว่าหนึ่งล้านคนตลอดวิกฤตดังกล่าว
ตลอดจนมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพตามความตกลงสันติภาพปารีส ปี 2534 และการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 2542 ช่วยให้กัมพูชากลับคืนสู่ประชาคมระหว่างประเทศและระบบเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ นับตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 ไทยได้ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและการพัฒนาเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการความร่วมมือและทุนการศึกษา

อย่างไรก็ดี ความพยายามดังกล่าวของไทยกลับไม่ได้รับผลตอบแทนในเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ไทยได้พยายามสร้างเสริมตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 กัมพูชาได้เริ่มการโจมตีทางอาวุธต่อดินแดนไทยโดยไม่เลือกเป้าหมาย ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 19 ราย บาดเจ็บ 51 ราย ประชาชนกว่า 400,000 คน ต้องอพยพ และโรงพยาบาลกว่า 400 แห่งได้รับผลกระทบ ไทยจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ
เอกอัครราชทูตฯ ยังกล่าวถึงประเด็นทุ่นระเบิดว่า แม้กัมพูชาจะได้รับความช่วยเหลือระหว่างประเทศจำนวนมากเพื่อการเก็บกู้ทุ่นระเบิด แต่ยังคงมีการวางทุ่นระเบิดใหม่ ส่งผลให้พื้นที่ชายแดนซึ่งควรเป็นพื้นที่แห่งการพัฒนาและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กลับกลายเป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัยเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด
นอกจากนี้ ไทยยังกล่าวถึงประเด็นกระแสการเงินที่ผิดกฎหมาย โดยมีข้อมูลปรากฏว่ากัมพูชาเป็นแหล่งตั้งของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และการหลอกลวง ซึ่งมีรายได้รวมสูงถึงประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือเกือบร้อยละ 40 ของ GDP ของประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินต่อผู้เสียหายทั่วโลก รวมถึงเกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์จำนวนมาก ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สูญเสียไปกับอาชญากรรม แทนที่จะนำไปใช้เพื่อการพัฒนา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สมช. เห็นชอบยกเลิก MOU44 ทำได้เลยไม่ต้องถามความเห็นกัมพูชา
- ไทยโต้ ย้ำยึดตามประชุม GBC-กม.ระหว่างประเทศ ไม่ได้รุกล้ำกัมพูชา
- กัมพูชาเดือด! ซัด “วอลล์สตรีทเจอร์นัล” ใช้คำเหยียด “Scambodia” จงใจเยาะเย้ย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





