สุขภาพและการแพทย์

เช็กด่วน 10 นิสัยยามเช้า ก่อมะเร็ง แก้ตอนนี้ยังไม่สาย

นพ.ศุภฤกษ์ เผยความรู้จากคลาสเวชศาสตร์วิถีชีวิต มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ชี้พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพหลังตื่นนอนเร่งการอักเสบเรื้อรัง แนะวิธีปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันโรคร้าย

นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ หมอโอ๊ค DoctorSixpack โพสต์ข้อความเตือนภัยสุขภาพเกี่ยวกับพฤติกรรมยามเช้าที่เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง หมอโอ๊คอ้างอิงความรู้จากคลาสเวชศาสตร์วิถีชีวิต มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุข้อเท็จจริงสำคัญว่าโรคมะเร็งไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว โรคร้ายนี้ก่อตัวจากภาวะอักเสบเรื้อรังสะสมในร่างกาย ช่วงเวลาเช้าหลังตื่นนอนมีความสำคัญมาก ฮอร์โมนจะตั้งค่าระบบเผาผลาญกับภูมิคุ้มกันของทั้งวัน หลายคนเผลอทำพฤติกรรมทำร้ายเซลล์โดยไม่รู้ตัว

10 สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง ต้องเฝ้าระวัง

หมอโอ๊คแนะนำให้ทุกคนสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเองกับคนรอบข้าง หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์

  1. ระบบขับถ่ายเปลี่ยนไปเรื้อรัง มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระลำเล็กลง มีเลือดปน

  2. แผลเรื้อรังไม่หาย แผลในปากหรือตามผิวหนังไม่ยอมหายเกิน 2-3 สัปดาห์

  3. พบก้อนเนื้อ คลำเจอก้อนบริเวณเต้านม รักแร้ คอ ลำตัว ก้อนนั้นโตขึ้นผิดปกติ

  4. กลืนอาหารลำบาก รู้สึกติดคอ กลืนแล้วเจ็บ จุกแน่นหน้าอกเรื้อรัง

  5. เสียงแหบ ไอเรื้อรัง ไอแห้งเกิน 3 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด เสียงเปลี่ยนไป

  6. น้ำหนักลดผิดปกติ น้ำหนักหายไปเกิน 5-10% ในเวลาสั้นๆ ทั้งที่ไม่ได้ลดน้ำหนัก

  7. เลือดออกผิดปกติ มีเลือดออกทางช่องคลอด ทวารหนัก ปัสสาวะเป็นเลือด

  8. ไฝหรือหูดเปลี่ยนรูปร่าง ขอบเขตไม่ชัดเจน สีเปลี่ยน ขยายขนาดเร็ว มีเลือดซึม

  9. อ่อนเพลียเรื้อรัง นอนพักเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย รู้สึกหมดพลังตลอดเวลา

  10. ปวดเรื้อรัง ปวดกระดูก ปวดหลัง ปวดหัวรุนแรงตำแหน่งเดิม กินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น

10 สัญญาณเตือนโรคมะเร็งที่ต้องเฝ้าระวัง

10 พฤติกรรมยามเช้าเร่งมะเร็งพร้อมวิธีแก้ไข

  1. เล่นมือถือทันทีหลังตื่นนอน การเสพข่าวลบหรือเรื่องเครียดทันทีทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลพุ่งสูง ฮอร์โมนความเครียดนี้จะไปกดการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ภูมิคุ้มกันตก วิธีแก้คือดื่มน้ำเปล่า ยืดเหยียดร่างกายก่อน 15 นาทีแรก เลี่ยงการจับมือถือ

  2. ดื่มกาแฟทรีอินวันหรือน้ำหวานทันที เซลล์มะเร็งชอบน้ำตาล การรับประทานน้ำตาลกับครีมเทียมทันทีทำให้อินซูลินพุ่ง เกิดภาวะน้ำตาลเป็นพิษ สร้างอนุมูลอิสระทำลายดีเอ็นเอ วิธีแก้คือดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง 2 แก้วทันทีหลังตื่นนอน

  3. ทานอาหารเช้ากลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป องค์การอนามัยโลกจัดให้ไส้กรอก แฮม เบคอน เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 เนื้อสัตว์เหล่านี้มีสารไนเตรต เมื่อโดนความร้อนจะกลายเป็นสารไนโตรซามีนทำลายเยื่อบุลำไส้ วิธีแก้คือเปลี่ยนมาทานโปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้ ถั่วแระ เทมเป้

  4. ปิดม่านทึบหลบแดดเช้า แสงแดดเช้าช่วยตั้งนาฬิกาชีวิต หากร่างกายไม่โดนแดด สมองจะสร้างเซโรโทนินได้น้อย ส่งผลให้ตอนกลางคืนผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินไม่ได้ เมลาโทนินคือฮอร์โมนต้านมะเร็งที่ช่วยหยุดยั้งเนื้องอกขณะหลับ วิธีแก้คือเปิดม่านรับแดดเช้าช่วง 06.30 ถึง 07.30 น. ประมาณ 15 นาที

  5. นั่งแช่ไม่ขยับตัว ระบบน้ำเหลืองมีหน้าที่ขนสารพิษกับเซลล์มะเร็งไปทิ้ง ระบบนี้ต้องอาศัยการขยับกล้ามเนื้อ หากตื่นมาแล้วนั่งแช่ สารพิษจะคั่งค้างในร่างกาย วิธีแก้คือเดินแกว่งแขน ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งเบาๆ

  6. อั้นอุจจาระยามเช้า ช่วงเช้าคือเวลาขับถ่าย หากอั้นไว้ลำไส้ใหญ่จะดูดซึมน้ำกับสารพิษกลับเข้าสู่กระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ วิธีแก้คือฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา หากขับถ่ายยากให้ดื่มไฟเบอร์ละลายน้ำก่อนมื้ออาหาร

  7. เร่งรีบจนเครียด การรีบร้อนหงุดหงิดตั้งแต่เช้าทำให้ร่างกายหลั่งอะดรีนาลีนเข้าสู่โหมดหนีตายตลอดเวลา หลอดเลือดจะหดเกร็ง ออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ไม่พอ เซลล์มะเร็งชอบสภาพแวดล้อมที่ไร้ออกซิเจน วิธีแก้คือฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลายบนรถ

  8. ขาดไขมันดี มื้อเช้าที่มีแต่ไขมันทรานส์จะเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน ร่างกายจำเป็นต้องมีไขมันดีเพื่อระงับการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ วิธีแก้คือเติมไขมันดีจากอะโวคาโด ถั่ววอลนัท รับประทานโอเมก้า 3

  9. ขาดวิตามินคุมภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันอ่อนแอเปิดโอกาสให้เซลล์มะเร็งเติบโต การไม่ออกแดด ทานอาหารซ้ำซาก ทำให้ขาดวิตามินสำคัญที่ช่วยควบคุมภูมิคุ้มกัน วิธีแก้คือรักษาระดับวิตามินดี 3 ให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมควบคู่กับวิตามินเค 2

  10. ดื่มเครื่องดื่มกระตุ้นการอักเสบ นมวัวรสหวาน กาแฟครีมเทียม กระตุ้นปัจจัยการเจริญเติบโตทำให้เนื้องอกโตไว วิธีแก้คือเลิกดื่มเครื่องดื่มอุตสาหกรรม เปลี่ยนมาดื่มมัทฉะออร์แกนิคแทน สารสกัดในมัทฉะช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง มัทฉะต้องชงกับน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเท่านั้น ห้ามใส่นม ห้ามใส่น้ำตาลเด็ดขาด

โรคมะเร็งกับโรคอัลไซเมอร์ คือผลลัพธ์ของอาหารที่เรานำเข้าร่างกายรวมถึงวิถีชีวิตที่เราทำซ้ำทุกวัน การตัดวงจรการอักเสบตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้เรามีอายุยืนยาวพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button