5 วิธีหนี โดนคนในครอบครัวล่วงละเมิด สายด่วนขอความช่วยเหลือ

สิ่งที่ยากที่สุดเมื่อเราโดนคนใกล้ชิด สมาชิกในครอบครัวล่วงละเมิด ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางร่างกายหรือจิตใจ แต่คือความรู้สึกที่ว่าไม่มีใครจะเชื่อ หรือพูดออกไปแล้วครอบครัวจะพัง ใครจะฟัง
แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยืนยันตั้งแต่ต้นคือ ไม่ใช่ความผิดของคุณ ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใคร ไม่ว่าจะเกิดขึ้นมานานแค่ไหน คุณมีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ และมีระบบที่พร้อมดูแล
ขั้นที่ 1 ตั้งสติ ออกจากสถานการณ์อันตรายก่อน
ถ้ายังอยู่ในบ้านเดียวกับผู้กระทำ ลองหาโอกาสปลีกออกมาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเพื่อน บ้านญาติที่ไว้ใจได้ หรือพื้นที่สาธารณะที่มีคนอยู่
อย่าเผชิญหน้าคนเดียว อย่าลบหลักฐานใด ๆ ทั้งข้อความ รูปภาพ หรือร่องรอยที่เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างสามารถใช้ในกระบวนการทางกฎหมายได้
ขั้นที่ 2 ไปโรงพยาบาล ยิ่งเร็วยิ่งดี
หลังจากออกจากสถานการณ์อันตรายได้แล้ว ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อน แล้วจึงไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อ
ก่อนไปโรงพยาบาล อย่าเพิ่งอาบน้ำชำระร่างกาย เพราะจะทำให้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์หาย โรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในไทยมีหน่วยงานที่ชื่อว่า “ศูนย์พึ่งได้” (OSCC — One Stop Crisis Center) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งมีศูนย์บริการช่วยเหลือเด็กและสตรีในภาวะวิกฤติจากความรุนแรงอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านการแพทย์ กฎหมาย และสวัสดิการสังคม
ที่ศูนย์พึ่งได้ คุณจะได้ตรวจร่างกายและเก็บหลักฐานทางนิติเวช ประเมินสุขภาพจิตและให้คำปรึกษาเบื้องต้น ประสานงานกับนักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้คำแนะนำทางกฎหมายในขั้นตอนต่อไป
ขั้นที่ 3 แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนไว้ มีคำกล่าวว่า ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศนั้นถูกคุกคามมากถึง 5 ครั้งในการก่อเหตุเพียงแค่ครั้งเดียว ครั้งที่ 1 คือตอนที่ถูกล่วงละเมิดจริง ครั้งที่ 2 คือตอนบอกเล่าให้แก่คนใกล้ตัวฟัง ครั้งที่ 3 คือตอนเข้าแจ้งความ ครั้งที่ 4 คือตอนสอบสวน และครั้งสุดท้ายคือตอนขึ้นชั้นศาล
รู้ว่าการต้องขุดภาพฝันร้ายเดิมๆ มาพูดซ้ำๆ มันไม่ง่าย แต่การแจ้งความคือสิ่งที่เปิดประตูให้กระบวนการคุ้มครองทำงานได้
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อไปแจ้งความ ได้แก่ ผลการตรวจจากโรงพยาบาล หลักฐานที่มี เช่น ข้อความ รูปภาพ หรือสิ่งของที่เกี่ยวข้อง บันทึกเหตุการณ์ที่จำได้ให้ละเอียดที่สุด วันเวลา สถานที่ ลักษณะการกระทำ
หากเป็นกรณีที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และไม่มีหลักฐานทางร่างกายแล้ว แต่ผู้เสียหายยังถูกคุกคามทางอินเทอร์เน็ตหรือตัวต่อตัวอยู่ ยังสามารถเก็บหลักฐานเหล่านั้นไปแจ้งความได้จนกว่าอายุความจะหมด
ขั้นที่ 4 ติดต่อหน่วยงานช่วยเหลือ
คุณไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการนี้คนเดียว มีองค์กรที่พร้อมช่วยเหลือโดยตรงดังนี้
| ช่องทาง | รายละเอียด |
|---|---|
| สายด่วน 1300 | กระทรวง พม. รับเรื่องความรุนแรงในครอบครัวตลอด 24 ชม. |
| สายด่วน 1669 | โทรขอความช่วยเหลือจากศูนย์พึ่งได้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง |
| สายด่วน 1441 | กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์ |
| ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลใกล้บ้าน | มีมากกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล |
ขั้นที่ 5 ดูแลสุขภาพจิต ไม่ใช่แค่ร่างกาย
การบาดเจ็บทางใจจากคนในครอบครัวมักใช้เวลาในการรักษานานกว่าร่างกาย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และกลุ่มสนับสนุนผู้เสียหายมีอยู่จริงในระบบ อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือด้านนี้ควบคู่กันไป
สำหรับคนที่สงสัยว่าคนรอบข้างกำลังเผชิญปัญหานี้
การล่วงละเมิดเด็ก ไม่ได้เกิดขึ้นจากบุคคลแปลกหน้าภายนอกเท่านั้น แต่กระทั่งคนรู้จักใกล้ชิด เพื่อนบ้าน ครู ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่คนในครอบครัวเอง ก็อาจเป็นผู้กระทำได้เช่นกัน
สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่ พฤติกรรมถดถอย กลัวการอยู่กับคนบางคน หรือเปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน หากสังเกตเห็น อย่ารอ ติดต่อสายด่วน 1300 หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้เลย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





