กองทัพภาค 2 ยืนยัน “ลุงโยชน์” ยังปลอดภัยดี เร่งช่วยเหลือหลังถูกทหารจับตัว

กองทัพภาค 2 ยืนยัน ลุงโยชน์ ปลอดภัยดี เร่งช่วยเหลือนำตัวกลับประเทศไทย หลังถูกทหารจับตัว จากที่เข้าไปหาของป่าแนวชายแดน
กองทัพภาคที่ 2 แจ้งไทม์ไลน์การหายตัวไปของ นายโยชน์ สายน้อย หรือ ลุงโยชน์ อายุ 58 ปี ราษฎร หมู่ 7 ต.กันตรวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ หลังจากที่ได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.กาบเชิง เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีสูญหาย ภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา และไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหายจอดอยู่บริเวณชายป่าพื้นที่ดังกล่าว จึงได้ดำเนินการประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อสืบสวนติดตามและให้ความช่วยเหลือโดยทันที
สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือ ราษฎรไทยดังกล่าว ภายหลังการประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา ทาง พ.อ.โปว เพง หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่โอรเสม็ด ได้แจ้งมายังฝ่ายไทยว่า นายโยชน์ สายน้อย ได้ลักลอบข้ามแดนเข้าไปในราชอาณาจักรกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย และถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว ก่อนส่งดำเนินคดีที่จังหวัดอุดรมีชัย ในข้อหาลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายและบุกรุกพื้นที่ทางทหาร ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำจังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งเบื้องต้นอาจจะนำขึ้นศาลช่วงเดือนมิถุนายน
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ ได้เข้าติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่บุคคลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรมและกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยลุงโยชน์ หลังจากถูกควบคุม มีความปลอดภัยดี
กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนทราบว่า ปัจจุบันหน่วยทหารในพื้นที่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการตั้งจุดตรวจในพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันเหตุลักษณะดังกล่าวและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมกันนี้
โดยทางกองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปหาของป่าหรือประกอบกิจกรรมในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน ให้เพิ่มความระมัดระวัง และประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารหรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถดูแล ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างเหมาะสม อันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการพลัดหลงหรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เขมรประท้วงไทย ขึ้นทะเบียน ปราสาทตาเมือน-ตาควาย เข้าเป็นโบราณสถานชาติ
- “อนุทิน” โต้เป็นคลิปเสียง AI ขอประชาชนอย่าเชื่อ ย้ำไม่เคยพูด ไม่มีเปิดด่าน
- สภากัมพูชาผ่านร่าง บังคับชายอายุ 18-25 ปี ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารสองปี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





