ฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินฯ หลังราคาน้ำมันพุ่ง 2 เท่า เหลือสำรองแค่ 45 วัน

ฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ด้านพลังงานแห่งชาติ เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง ทำราคาน้ำมันพุ่ง 2 เท่า เหลือสำรองแค่ 45 วัน
นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ ส่งผลให้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกของโลกที่ออกมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน โดยมาร์กอสระบุว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องปกป้องความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เนื่องจากเกิด อันตรายที่จวนตัวต่อความพร้อมใช้งานและความเสถียรของการจัดหาพลังงาน
ประเทศฟิลิปปินส์พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียถึงร้อยละ 98 ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์สงครามและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในประเทศพุ่งสูงขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับก่อนเกิดสงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชารอน การิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ฟิลิปปินส์มีปริมาณน้ำมันสำรองเหลืออยู่เพียงประมาณ 45 วัน และจำเป็นต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหินมากขึ้นเป็นการชั่วคราว เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงาน เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปรับตัวสูงขึ้นมาก

ภายใต้คำสั่งดังกล่าว มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลการกระจายน้ำมัน อาหาร ยา และสินค้าจำเป็นอื่นๆ อย่างเป็นระเบียบ รัฐบาลยังได้รับอำนาจในการจัดซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยตรงเพื่อสำรองอุปทานให้เพียงพอ การประกาศนี้จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลาหนึ่งปี เว้นแต่จะมีการขยายเวลาหรือยกเลิกโดยประธานาธิบดี
กลุ่มพันธมิตรแรงงาน Kilusang Mayo Uno (KMU) วิจารณ์การประกาศภาวะฉุกเฉินว่าเป็นการยอมรับความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขวิกฤตน้ำมัน พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่าคำสั่งนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิของคนงาน โดยเฉพาะข้อกำหนดที่อาจห้ามการนัดหยุดงานประท้วงซึ่งถูกมองว่าขัดขวางกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่ปากท้องกำลังลำบาก
ขณะที่กลุ่มผู้ขับขี่รถสาธารณะในนามพันธมิตรสหภาพแรงงานขนส่ง Piston เตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวด้วยการนัดหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกภาษีน้ำมัน ลดราคาสินค้า และขึ้นค่าจ้างรวมถึงค่าโดยสารให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
ด้านภาคแรงงานต่อต้าน มานูเอล วี. ปังจิลินัน มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจสาธารณูปโภครายใหญ่ สนับสนุนการใช้อำนาจฉุกเฉินครั้งนี้ โดยระบุว่าบริษัทในเครือเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นแล้ว และเตือนว่าวิกฤตนี้เริ่มส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ยังได้เสริมว่า รัฐบาลควรมีทุกทางเลือกเพื่อพาเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้ ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบเบื้องต้นแล้ว ทั้งเงินอุดหนุนคนขับรถสาธารณะ ลดการให้บริการเรือข้ามฟาก และใช้นโยบายทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์สำหรับข้าราชการเพื่อประหยัดน้ำมัน
ที่มา: BBC
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ฟิลิปปินส์ ประกาศ ลดวันทำงานเป็น 4 วัน ขณะไทยสั่ง WFH รับมือน้ำมันแพงจากสงคราม
- ด่วน! เกิดเหตุระเบิดน้ำมันในสหรัฐฯ สั่งหลบในอาคารด่วน ไร้รายงานคนเจ็บ
- อ่วมหนัก! บริษัทน้ำเข้ากัมพูชา หยุดขายก๊าซ LPG แบกทุนไม่ไหว ขาดแคลน-ราคาพุ่ง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





