ข่าวการเมือง

พรรคประชาชน ออกโรงแฉ บ้านใหญ่ได้เติมน้ำมันก่อน วอนขอความเป็นธรรมให้ประชาชน

พรรคประชาชน ออกโรงแฉ บ้านใหญ่ได้เติมน้ำมันก่อน วอนขอความเป็นธรรมให้ประชาชน แนะรัฐบาลแสดงความชัดเจนและเตรียมความพร้อม

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแถลงถึงปัญหาวิกฤติพลังงานซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางว่า ความตื่นตระหนกทั่วประเทศเกิดขึ้นเพราะรัฐบาลยังไม่ตอบคำถามที่พี่น้องประชาชนสงสัย เพราะในขณะที่นายกรัฐมนตรีย้ำว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ หรือมีปริมาณสูงสุดในอาเซียน สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการรู้คือ “แล้วทำไมไปปั๊มไหน น้ำมันก็หมด” และ “ตกลงเติมน้ำมันที่ไหนได้บ้าง” หากรัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ย่อมไม่สามารถลดความตื่นตระหนกในสังคมได้

การบริหารจัดการของรัฐบาลมีปัญหาสำคัญ 2 ข้อ ข้อแรก คือ ปัญหาเรื่องแนวทางการทำงานของกลไกพยุงราคาที่ประกาศล่วงหน้าว่าจะอุดหนุนราคาเป็นเวลา 15 วัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ เพราะจะทำให้ผู้ขายบางส่วนมีแนวโน้มเก็บสต๊อกเพื่อทำกำไรส่วนต่าง ในขณะที่ผู้ซื้อ ทั้งประชาชนทั่วไปและภาคอุตสาหกรรมก็มีแนวโน้มแห่กักตุนสินค้าล่วงหน้า ทำให้เกิดความอยากซื้อเกินปกติ ที่มาพร้อมความอยากขายน้อยกว่าปกติ ผลก็คือความปั่นป่วนหน้าปั๊มทั่วประเทศ

ปัญหาข้อที่สอง คือ การรับฟังผู้เกี่ยวข้องของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นั้นจำกัดวงแคบเกินไป อย่างการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 มีนาคม) ก็เป็นการเรียกบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ 5-6 ราย เข้ามาสอบถามว่ามีน้ำมันพอไหมเท่านั้น แต่ไม่ได้รับฟังเสียงของผู้ประสบปัญหากลุ่มอื่นๆ เช่น ปั๊มขนาดเล็ก เกษตรกร ชาวประมง หรือผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย ทำให้การตัดสินใจทางนโยบายไม่รอบด้าน

ปัญหาวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของทั้งบ้านใหญ่และเทคโนแครต ซึ่งเป็น 2 ส่วนผสมสำคัญของรัฐบาลอนุทิน เริ่มตั้งแต่พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมต.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. ที่มีธุรกิจน้ำมันของครอบครัวเกี่ยวพันกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง จะสามารถแก้ปัญหาแบบเป็นธรรมเพียงใด จะจัดการรถขนส่งภาคอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากการซื้อช่องทางค้าส่งมาแย่งเติมน้ำมันหน้าปั๊มได้หรือไม่

นอกจากนี้ ในระดับท้องถิ่น บ้านใหญ่แต่ละจังหวัดยังเกี่ยวพันกับธุรกิจในพื้นที่ หลายจังหวัดคนธรรมดา เกษตรกรรายย่อย ไปต่อคิวรอเติมน้ำมันหลายชั่วโมงไม่ได้ แต่รถใหญ่บางคันที่คาดว่าอยู่ในเครือข่ายบ้านใหญ่กลับได้รับไฟเขียวเติมน้ำมันก่อนคนตัวเล็กตัวน้อย นี่จะเป็นบทพิสูจน์ว่า ในสภาวะเช่นนี้ เครือข่ายบ้านใหญ่เอาตัวเองรอดก่อน หรือจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่ได้เพียงใด

ในส่วนของเทคโนแครต วีระยุทธชี้ว่านี่ยังเป็นบทพิสูจน์ของเทคโนแครตอย่าง ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมต.คลัง ที่เน้นเรื่องความโปร่งใส ความทันสมัย และระบบดิจิทัล เหตุการณ์นี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นในตอนนี้ก็คือ Dashboard ที่รายงานข้อมูลน้ำมันให้เราทุกคนได้รู้แบบ Real-time หรืออย่างน้อยก็การอัปเดตรายวัน เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถวางแผนเติมน้ำมันได้ ไม่ต้องไปต่อคิวหรือเสียเวลาไปทั้งวันโดยไม่มีประโยชน์

ในขณะที่ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้รับผิดชอบราคาสินค้าและช่วยเหลือผู้ประกอบการ วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์เรื่องการทำงานล่วงหน้าและตรงจุด ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการจัดการต้นทุนการขนส่งตั้งแต่ต้นทาง เพื่อไม่ให้เกิดภาวะลูกโซ่ที่ราคาสินค้าทยอยขึ้น รวมถึงความเดือดร้อนของภาคท่องเที่ยว เพราะไม่ใช่เพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังซื้อสูงจากตะวันออกกลางและยุโรปจะขาดหายไปเท่านั้น แต่คนไทยเองก็ไม่กล้าเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน เพราะไม่มั่นใจว่าจะสามารถเติมน้ำมันระหว่างทางได้หรือไม่

ดังนั้น หากจะทำให้พี่น้องคนไทยคลายความกังวล ลดความเดือดร้อน รัฐบาลแสดงให้เห็นถึง “ความชัดเจน” และ “ความพร้อม” เริ่มตั้งแต่ความชัดเจนเรื่องข้อมูลปริมาณน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนชีวิตและธุรกิจได้ รวมถึงความชัดเจนเรื่องแนวทางพยุงราคา ว่าจะใช้กรอบ 15 วันแบบเดิม ซึ่งสร้างความปั่นป่วน หรือจะปรับแนวทางใหม่ เปลี่ยนจากการอุดหนุนแบบกวาดให้ทุกคน หรือจะมียุทธศาสตร์มากขึ้น เช่น เน้นกลุ่มขนส่งต้นน้ำที่จะเป็นเหมือน “เส้นเลือดเศรษฐกิจ” ซึ่งส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ และกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือในยามวิกฤต

นอกจากความชัดเจนแล้ว รัฐบาลต้องแสดงความพร้อม ทั้งต่อการรับมือสินค้าที่เริ่มขาดตลาดหรือมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นทั้งต้นน้ำ เช่นเม็ดพลาสติกที่เริ่มขาดตลาด และส่งผลต่อเนื่องไปถึงการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ชิ้นส่วนรถยนต์ วัสดุก่อสร้าง และกลุ่มสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน เรานำเข้าสูงจากตะวันออกกลางถึง 60% ของการนำเข้าปุ๋ยไนโตรเจนทั้งหมด

ศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่กำลังจะตามมาคือเรื่องของค่าไฟ เนื่องจากไฟฟ้าในประเทศผลิตจากก๊าซธรรมชาติค่อนข้างมาก เป็นสัดส่วนสูงกว่า 60% และมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติรูปแบบเหลวหรือแอลเอ็นจี จากตะวันออกกลางกว่า 25% ของแอลเอ็นจีทั้งหมด อันดับหนึ่งมาจากกาตาร์ โดยสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันทีเพื่อช่วยทุเลาปัญหาภาระค่าครองชีพของประชาชน คือ

1) การลดอัตราค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบาง นโยบายของรัฐบาลที่ใช้เคยใช้หาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการการใช้ไฟฟ้าในช่วง 200 หน่วยแรกจะได้รับอัตราพิเศษ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีการบังคับใช้ในบิลค่าไฟที่จะถึงนี้ทันที

2) ขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีการประกาศโควตารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากหลังคาบ้านที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว อย่างน้อยช่วยเป็นการลดการผลิตไฟฟ้าจากแอลเอ็นจีในอนาคตได้

3) เสนอให้รัฐบาลโครงการอย่างการควบคุมการตอบสนองด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยการขอความร่วมมือและจ่ายค่าชดเชยให้กับโรงงานหรือผู้ประกอบการ และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ซึ่งสามารถลดการผลิตไฟฟ้าจากต้นทางได้ อย่างน้อยรัฐบาลควรออกมาตรการนี้มาเป็นการเร่งด่วน เพื่อช่วยรองรับบรรเทาวิกฤติที่ประเทศกำลังจะขาดแคลนแอลเอ็นจี รวมถึงแอลเอ็นจีราคาสูงที่กำลังจะเข้าสู่ประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button