
ไฮโซน้ำหวาน ควงทนาย แถลงข่าวปมพิพาท สาวนักไลฟ์มืออาชีพ คุกคาม นาวิน ต้าร์ จนบ้านแตก ยอมรับไปเขตเพื่อหย่าจริง รับโกรธสามีเทคแอคชั่นน้อยและช้ามาก
ไฮโซน้ำหวาน เปิดเผยว่า “กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เคยเจอมาก่อน สำหรับส่วนตัวและถภรรยาคิดว่ามันไม่ควรเจอแบบนี้ ส่วนตัวไม่โอเคกับคำว่า ผัวของทุกคน ทุกคนอยากได้เป็นผัว ไม่เคยเจอ ถ้าใช้คำว่า สามีแห่งชาติ ก็โอเครับได้ แต่นี่มันแรงเกินไปถึงขั้นพี่ต้าร์ยังต้องเมินหน้าหนี”
ขณะที่ทางทนายความ ยืนยัน ในคลิปมีพูดคำว่า ผัวจริง ๆ แต่เปิดคลิปไม่ได้ เพราะจะโดนกฎหมาย PDPA
น้ำหวาน พูดเพิ่มเติมว่า ระยะเวลาการประชุมหลายชั่วโมง ถ้าคำพูดเฉย ๆ ก็คงไม่ต้องเบรกประชุมกลางทาง แต่ด้วยบริบทต่าง ๆ กิริยาเอยใด จะจับหน้าอกอยู่ตลอด ซึ่งฐานะภรรยาก็ไม่ควรจะได้รับแบบนี้ มันรู้สึกไม่สบายใจ สามีเองก็อึดอัด แต่ก็ต้องโทษสามีด้วยที่ยังปล่อยให้การประชุมดำเนินต่อ แต่ส่วนตัวไม่ได้อยู่ ณ ที่นั้น แต่ได้รับการบอกต่อมาจากพยานในที่ประชุม ซึ่งสอบถามคนกลางเองก็รู้สึกอึดอัดเช่นกัน และคนกลางก็ขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ส่วนตัวไม่รู้จักกับนักไลฟ์คู่กรณีมาก่อน ไม่มีเบอร์ติดต่อกัน แต่มีคนกลางในการเจรจา คือเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจที่จ้างมา คนกลางก็พยายามเคลียร์ให้จบ แต่คู่กรณีบอกว่า กลัวถูกกระทืบ ซึ่งตอนนี้ก็เลิกจ้างคนกลางคนนั้นในฐานะที่ปรึกษาทางธุรกิจไปแล้ว
กับพี่ต้าร์ตอนนี้ก็คุยกันน้อยมาก ๆ วันนั้นที่ออกมาไลฟ์เพราะเสียใจที่ สามีปล่อยเรื่องให้มันบานปลายมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร รู้สึกผิดหวังในตัวเขามาก ๆ เพราะเขาไม่เด็ดขาดในสถานการณ์ตรงนั้น ซึ่งตลอดเวลาที่แต่งงานกันมาไม่เคยเจอแบบนี้ ไว้ใจเขามาตลอด ทำให้รับมือกับสถานการณ์นี้ยากมาก ๆ ต้องให้พ่อแม่มาช่วยคุยให้
เรื่องที่ไปเขตเพราะเรื่องนี้จริง ๆ อยากเอาตัวเองออกมาจากจุดนั้น ตอนแรกจะไปหย่า ตอนนั้นคิดไปไกลมากเกี่ยวกับเรื่องลูก ตอนนั้นเหมือนคนเสียสติ แต่จนท.บอกต้องมีพยาน เลยโทรตามพ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่สามีดีมาก ๆ เขาก็พูดให้คิด ตอนนี้เลยอยากขอเวลาในการทำให้ตัวเองมีสติกลับมา แต่แนวคิดตอนนี้ก็ยังไม่เลิกคิดที่จะหย่า แต่ก็บอกกับพ่อแม่ไปว่า เราไม่มีภูมิคุ้มกันกับเรื่องนี้ อาจจะหุนหันพลันแล่นไปเอง แต่ตอนนี้ขอตั้งสติก่อน
ส่วนพี่ต้าร์ก็ต้องยอมไป ไม่ได้อยากหย่า แต่เราเองที่รับไม่ได้ ตอนนี้ยังอยู่ด้วยกัน บ้านเดียวกัน แต่มีพ่อแม่ของเราทั้งคู่อยู่ด้วย ตอนนี้ยังใช้สถานะสามีภรรยาอยู่เหมือนเดิม ตอนนี้พี่ต้าร์ก็พยายามที่จะเข้าหาตลอด โดยเอาเรื่องงาน เรื่องลูกเข้ามาพูดคุยกับเรา เราก็เห็นในความพยายาม แต่เราก็ยังรู้สึกสะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ขอเวลาหน่อย เพราะเรารู้สึกเสียใจและโกรธที่สามีไม่เทคแอคชั่นเรื่องนี้ให้กับเราเลย ปล่อยเหตุการณ์ให้ดำเนินต่อไปในพื้นที่ของเรา ขณะที่ตัวกลางยังมีความพยายามที่จะเบรคอยู่ตลอดเวลา
ที่ผ่านมาไม่เคยหึงหวงอะไรเรื่องแบบนี้เลย มือถือก็ไม่เช็ก ไปไหนก็ไม่ตาม เพราะให้เกียรติสามีมาตลอด เขาวางใจได้ แต่วันนี้ที่เกิดขึ้นไม่ได้หึง ไม่ได้รู้สึกว่าเขาจะอะไรผู้หญิงคนนี้ แต่เขากลับไม่เทคแอคชั่นให้เร็วกว่านี้ ซึ่งเราก็ลืมคิดไปว่าพี่ต้าร์เป็นคนช้ายืนยันว่า สิ่งที่พูดมีหลักฐาน ไม่ได้มาล้อเล่นมาโกหก ไม่เอาชื่อเสียงและครอบครัวมาล้อเล่น แต่หลังเกิดเรื่องก็เสียใจ และเครียดมากจนอยู่ ๆ ก็ช็อกจนมือจีบ เท้าจีบ พ่อพี่ต้าร์เป็นหมอก็มาช่วยดู ส่วนเรื่องความเชื่อใจ ไม่ได้ไม่เชื่อใจ แต่แค่รู้สึกน้อยใจว่าทำไมดูแลใจเราได้แค่นี้ อะไรที่มันไม่ดีทำไมไม่เอาออกไปเรื่องแค่นี้เองทำไมต้องให้เรามาเจออะไรแบบนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดใจครั้งแรก! โค้ชส้ม ท้าเปิดวงจรปิด หลังถูก ไฮโซน้ำหวาน ไลฟ์แฉยั่วยวน นาวิน ต้าร์
- นาวิน ต้าร์ ฟาดเดือด! โค้ชส้ม ละเมิดจนอึดอัด ชี้แฟนคลับไม่พูดแบบนี้ ขอใช้กฎหมายเอาผิด
- บานปลาย? ไฮโซน้ำหวาน-นาวิน ต้าร์ ย่องขึ้นสำนักงานเขต หลังแฉพฤติกรรมสาวนักไลฟ์
อ้างอิงจาก : โหนกระแส
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





