ข่าวการเมือง

สรุปข้อสงสัย “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ศิธา ชี้ ส่อขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ปมลงคะแนนลับ

น.ต.ศิธา ทิวารี ตั้งข้อสังเกตบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งส่อละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ปมความลับการลงคะแนน เทียบเคียงบรรทัดฐานปี 2549 เสี่ยงเลือกตั้งเป็นโมฆะหากระบบเปิดช่องให้ตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวบุคคลได้

กลายเป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองทันที เมื่อ น.ต.ศิธา ทิวารี ออกมาโพสต์ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ บาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจกลายเป็น “งานช้าง” ของ กกต. หากพิสูจน์ได้ว่าระบบนี้ละเมิดหลักการประชาธิปไตย ทีมข่าว The Thaiger สรุปประเด็นดราม่าแบบเข้าใจง่าย ๆ มาให้ดังนี้ครับ

จุดเริ่มต้น กกต. ยอมรับว่ามีระบบติดตาม

กกต. ชี้แจงว่าการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มีไว้เพื่อ มาตรการรักษาความปลอดภัย ทำให้รู้ว่าบัตรพิมพ์เมื่อไหร่ ล็อตไหน และแจกจ่ายไปที่เขตใด ซึ่ง น.ต.ศิธา มองว่าคำชี้แจงนี้เท่ากับ กกต. ยอมรับ ว่าระบบนี้ถูกออกแบบมาให้ “ตรวจสอบย้อนกลับได้” (Traceability)

ประเด็นชี้เป็นชี้ตายอยู่ที่ว่า บาร์โค้ดนั้นทำงานแบบไหน? ถ้าบาร์โค้ดเหมือนกันทั้งเล่ม หรือเหมือนกันทั้งหน่วย (ระบุแค่ว่าเป็นบัตรของหน่วยไหน) เท่ากับ ไม่ผิด เพราะรู้แค่ที่มา แต่ไม่รู้ว่าใครกา แต่ถ้าแต่ละใบเป็นแบบ ไม่ซ้ำกันเลย (Unique Running Number) และดันไปเชื่อมโยงกับ “ต้นขั้วบัตร” ที่มีลายเซ็นผู้ใช้สิทธิ์ = ผิดเต็มประตู เพราะทางเทคนิคสามารถสแกนย้อนหลังได้ว่า นาย ก. กาพรรคอะไร

จุดเริ่มต้น กกต. ยอมรับว่ามีระบบติดตาม
ข้อมูลจาก : น.ต.ศิธา ทิวารี – Sita Divari

ผิดกฎหมายข้อไหน? เทียบเคียง “โมฆะปี 2549” (คูหาหันผิดทาง)

น.ต.ศิธา ยกข้อกฎหมายมางัด 2 ข้อหลัก คือ รัฐธรรมนูญ ม.85 การเลือกตั้งต้องเป็น “การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” (คือต้องไม่มีใครรู้ว่าเรากาใคร) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ม.96 “ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง”

น.ต.ศิธา ยกตัวอย่างการเลือกตั้ง 2 เม.ย. 2549 ที่ศาลสั่งให้เป็นโมฆะ เหตุผลตอนนั้นคือ การจัดคูหาหันหลังออก ทำให้คนอื่นอาจมองเห็นการลงคะแนนได้ คีย์เวิร์ดสำคัญคือ ศาลไม่ได้สนว่า มีคนแอบดูจริงไหม? แต่ศาลสนว่า ระบบเปิดช่องให้ความลับรั่วไหลได้หรือไม่

ผิดกฎหมายข้อไหน? เทียบเคียง "โมฆะปี 49" (คูหาหันออก)
ข้อมูลจาก : น.ต.ศิธา ทิวารี – Sita Divari

ถ้าบาร์โค้ดสามารถระบุตัวคนได้ เท่ากับระบบเปิดช่องให้ละเมิดความลับ (Zero Knowledge ถูกทำลาย) ซึ่งอาจเข้าข่ายเดียวกับปี 49 ที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

น.ต.ศิธา ทิ้งท้ายว่า หากบาร์โค้ดเป็นแบบระบุตัวตนได้จริง (Unique Running Number) จะถือว่าไม่มีบัตรใบไหนเลยที่เป็นความลับ (Zero Knowledge) และนี่จะเป็นปัญหาใหญ่ระดับโครงสร้างที่ กกต. อาจจะหาทางออกลำบาก

ระบบบาร์โค้ดอาจเปิดช่องให้ตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวบุคคล
ภาพจาก : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

ต้องจับตาดูคำชี้แจงรอบต่อไปจาก กกต. ว่าบาร์โค้ดดังกล่าวเป็นเพียงรหัสระบุกลุ่ม (Batch) หรือเป็นรหัสระบุใบ (Individual ID) กันแน่ครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลจาก : น.ต.ศิธา ทิวารี – Sita Divari, ไมค์ – ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ – Prasit Puttamapadungsak

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button