ข่าวการเมือง

เปิดวิธีโกง “ไพ่ไฟ” คืออะไร? ย้อนรอยเลือกตั้ง 2500 ที่ได้ชื่อว่าสกปรกที่สุด

รู้จัก “ไพ่ไฟ” รูปแบบการโกงเลือกตั้งในตำนาน ย้อนรอยต้นกำเนิดจากการเลือกตั้งสกปรก 2500 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่จุดชนวนให้นิสิตนักศึกษาลุกฮือจนนำไปสู่การยึดอำนาจ

ในแวดวงการเมืองไทย คำว่า “ไพ่ไฟ” มักถูกหยิบยกมาพูดถึงทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง แต่แท้จริงแล้วคำคำนี้มีที่มาและรูปแบบการกระทำอย่างไร? ข้อมูลจาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า (เรียบเรียงโดย โอฬาร ถิ่นบางเตียว, รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร และ รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต) ได้อธิบายความหมายและประวัติศาสตร์ของคำนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

ไพ่ไฟ คืออะไร?

ไพ่ไฟ หมายถึง รูปแบบการทุจริตการเลือกตั้งโดยการ “ยัดบัตรผี” หรือบัตรปลอมจำนวนมาก ลงไปในหีบเลือกตั้ง โดยอาศัยจังหวะเวลาสำคัญ 2 ช่วง คือ

1. ช่วงปลอดคน โดยอาศัยจังหวะที่ไม่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือช่วงเผลอ

2. ช่วงชิงความเร็ว อาศัยจังหวะตอนเปิดหีบ แล้วรีบหย่อนบัตรผีลงไปให้เร็วที่สุด หรือแอบใส่เพิ่มในช่วงใกล้นับคะแนน

การทำ “ไพ่ไฟ” จะทำโดยลำพังไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้สมัครรับเลือกตั้งกับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หรือเกิดขึ้นในเขตอิทธิพลของผู้มีบารมีที่สามารถสั่งการเจ้าหน้าที่ให้เป็นใจได้

ต้นกำเนิด การเลือกตั้งสกปรก 26 กุมภาพันธ์ 2500

พฤติกรรม “ไพ่ไฟ” ปรากฏขึ้นครั้งแรกอย่างชัดเจนในสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 ขั้วอำนาจใหญ่

พรรคเสรีมนังคศิลา (รัฐบาล)

  • นำโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม (หัวหน้าพรรค) และ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ (เลขาธิการพรรค)

พรรคประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน)

  • นำโดย นายควง อภัยวงศ์

การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจารึกว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลใช้อำนาจทหารและตำรวจ บีบบังคับข้าราชการให้ช่วยเหลือพรรคเสรีมนังคศิลาอย่างเต็มที่ โดยใช้วิธีการทุจริตสารพัดรูปแบบ ทั้ง พลร่ม (สวมสิทธิ), ไพ่ไฟ (ยัดบัตร), และ เวียนเทียน (คนเดียวลงหลายรอบ)

การยัดบัตรผีลงในหีบเลือกตั้งเป็นวิธีการโกงที่เรียกว่า ไพ่ไฟ คืออะไร
การเลือกตั้งสกปรก 26 กุมภาพันธ์ 2500

ชัยชนะบนกองเพลิงแห่งความขัดแย้ง

แม้พรรคเสรีมนังคศิลาจะชนะการเลือกตั้ง แต่ชัยชนะนั้นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบ สื่อมวลชนประโคมข่าวการโกงอย่างหนัก ประชาชนและนิสิตนักศึกษาทนไม่ไหวต่อความไม่ชอบธรรม

เหตุการณ์สำคัญหลังเลือกตั้ง

1. นิสิตจุฬาฯ ไว้อาลัยประชาธิปไตย

  • กลุ่มนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกว่า 2,000 คน รวมตัวลดธงชาติครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยให้แก่ระบอบประชาธิปไตยที่ตายไปจากการเลือกตั้งสกปรก

2. เดินขบวนสู่มหาดไทย

  • วันที่ 2 มีนาคม 2500 นิสิตและประชาชนเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกและจัดเลือกตั้งใหม่ โดยมี จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้ามามีบทบาทในการเจรจา และทิ้งวลีอมตะที่สะพานมัฆวานว่า “พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ”
การเลือกตั้งที่ไร้ความโปร่งใสในประวัติศาสตร์ไทย ไพ่ไฟ คืออะไร
ภาพจาก : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

จุดจบรัฐบาลจอมพล ป.

แม้จอมพล ป. จะพยายามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและแต่งตั้งให้ จอมพล สฤษดิ์ เป็นผู้รักษาความสงบ แต่กระแสความเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลและการใช้อำนาจของ พล.ต.อ.เผ่า รุนแรงเกินต้านทาน

ท้ายที่สุด ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงตัดสินใจทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ปิดฉากยุคสมัยของคณะราษฎรสายจอมพล ป. ลงอย่างสมบูรณ์ โดยมีชนวนเหตุสำคัญมาจาก “ไพ่ไฟ” และการเลือกตั้งที่ไร้ความโปร่งใสนั่นเอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณข้อมูลจาก: ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า (โอฬาร ถิ่นบางเตียว, รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร, รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต)

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button