การเงินเศรษฐกิจ

สิ้นลายเสือตัวที่ 5 สื่อต่างชาติวิเคราะห์ เศรษฐกิจไทยวิกฤต กลายเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” โดนเพื่อนบ้านแซงยับ

นักวิเคราะห์ต่างประเทศรุมสแกนวิกฤตเศรษฐกิจประเทศไทย ปี 2569 เผชิญภาวะโตช้ากว่าเพื่อนบ้านอาเซียน 2 เท่า พบปัจจัยลบสังคมสูงวัยและหนี้ครัวเรือนฉุดรั้งเครื่องยนต์เศรษฐกิจจนฝืดเคือง เร่งหาทางออกก่อนถูกทิ้งห่างถาวร

จากเสือเศรษฐกิจสู่คนป่วยแห่งเอเชีย บทวิเคราะห์จากสื่อต่างประเทศที่บาดลึกถึง สาเหตุที่ไทยกำลังถูกเพื่อนบ้านทิ้งห่าง ย้อนกลับไปในอดีต ทั่วโลกต่างเคยจับจ้องมาที่ประเทศไทยด้วยสายตาชื่นชมในฐานะว่าที่เสือตัวที่ 5 และดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ของเอเชีย โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตต้มยำกุ้งและกลับมาผงาดได้อย่างสง่างามในฐานะฐานการผลิตสำคัญและจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก

ภาพตัดมาที่ปัจจุบัน สื่อและนักวิเคราะห์ต่างชาติกลับเริ่มนิยามสถานะใหม่ให้ไทยด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเจ็บปวดอย่าง คนป่วยแห่งเอเชีย (How Thailand became the sick man of Asia) ซึ่งสะท้อนความจริงอันโหดร้ายว่าประเทศไทยกำลังติดหล่มและย่ำอยู่กับที่ ในขณะที่เพื่อนบ้านรายล้อมอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กำลังเร่งฝีเท้าแซงหน้าไปไกลจนแทบไม่เห็นฝุ่น

ทั่วโลกมองไทยเป็น “คนป่วย” เปิด 5 แผลเน่าในที่ทำเศรษฐกิจไทยวิกฤต

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันเปรียบเสมือนภาพของคนที่กำลังคลาน ในขณะที่เพื่อนบ้านกำลังออกวิ่ง ขณะที่เวียดนามและมาเลเซียต่างโชว์ตัวเลขจีดีพีที่เติบโตทะลุร้อยละ 5 ต่อปี ไทยกลับต้องออกแรงอย่างหนักเพียงเพื่อจะขยับตัวเลขให้ได้ถึงครึ่งหนึ่งของสถิติดังกล่าว เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่เคยร้อนแรงเริ่มดับลง

ภาคการผลิตเริ่มฝืดเคืองและการลงทุนชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด เนื่องด้วยบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ต่างเริ่มมองหาฐานการผลิตใหม่ที่ให้ความรู้สึกสดใหม่และคุ้มค่ากว่า ส่วนภาคการท่องเที่ยวที่เคยเป็นพระเอกขี่ม้าขาวก็ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่

แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมา แต่ยอดการจับจ่ายต่อหัวกลับลดลง ส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมากยังคงเดินเครื่องได้ไม่เต็มกำลัง เสมือนคนป่วยที่เพิ่งฟื้นไข้แต่ยังไร้เรี่ยวแรงจะกลับไปทำงานหนัก

ปัจจัยฉุดรั้งที่สำคัญที่สุดในสายตาชาวโลกคือความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่เปรียบเสมือนภาพลวงตาอันไร้ทิศทาง วงจรอุบาทว์ของการรัฐประหาร การจัดตั้งรัฐบาลผสมที่เปราะบาง และผลลัพธ์ของการเลือกตั้งที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออกที่แท้จริง ทำให้การวางแผนพัฒนาประเทศในระยะยาวเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

นอกจากนี้ กฎหมายที่ล้าหลังยังเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ นักลงทุนต่างหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลงนโยบายแบบปุบปับ ขณะที่การปฏิรูปโครงสร้างภาษี ระบบการศึกษา หรือกฎหมายแรงงานไม่เคยเกิดขึ้นจริง เพราะผู้มีอำนาจมัวแต่สาละวนอยู่กับหล่มความขัดแย้งทางการเมือง

อีกหนึ่งระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังคือโครงสร้างประชากร ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วกว่าประเทศใดในย่านนี้ อัตราการเกิดที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินส่งผลให้ประชากรวัยแรงงานกำลังหดหายไปอย่างน่าใจหาย สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือไทยกำลังเผชิญสภาวะแก่ก่อนรวย ซึ่งต่างจากญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ที่สะสมความมั่งคั่งจนรวยแล้วค่อยแก่

นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง

ระเบิดเวลาลูกใหญ่ทำไทย “เดินกะเผลก” ขณะที่เวียดนามวิ่งติดเทอร์โบ

ประเทศไทยไม่มีเงินทุนสำรองมหาศาลที่จะมาโอบอุ้มระบบบำนาญหรือสาธารณสุขได้ขนาดนั้น และเมื่อคนทำงานน้อยลง เสน่ห์ในการดึงดูดฐานการผลิตขนาดใหญ่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็ลดฮวบลงตามไปด้วย

ปัญหาเชิงโครงสร้างยังลุกลามไปถึงภาคการศึกษาและตลาดแรงงาน เรากำลังติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ระบบการศึกษาผลิตบัณฑิตเข้าสู่ตลาดแรงงานมหาศาล แต่ภาคเอกชนกลับสะท้อนว่าหาคนทำงานไม่ได้ เพราะทักษะของบัณฑิตไม่ตรงกับความต้องการ

โดยเฉพาะในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่โลกกำลังโหยหา ในขณะที่ไทยยังคงย่ำอยู่กับที่ เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามกลับทุ่มงบประมาณสร้างศูนย์กลางเทคโนโลยีและดึงดูดการลงทุนระดับไฮเทค จนกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่ก้าวขึ้นมาแทนที่ไทยในเวทีโลก

ซ้ำร้าย สถานการณ์ภายในประเทศยังถูกกดทับด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือนและความเหลื่อมล้ำ คนไทยแบกรับภาระหนี้สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย ทำให้เศรษฐกิจเปราะบางอย่างมากเมื่อต้องเผชิญกับดอกเบี้ยขาขึ้นหรือวิกฤตเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ความเจริญยังคงกระจุกตัวอยู่แค่ในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลัก

ส่วนต่างจังหวัดยังคงขาดโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร ทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำยิ่งถ่างกว้างขึ้น นำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองที่วนเวียนไม่จบสิ้น

บทสรุปจากสื่อต่างชาตินั้นทิ้งท้ายไว้อย่างน่าขบคิดว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนทรัพยากร หากแต่ขาดความสามารถในการปรับตัว แม้ไทยจะยังมีแต้มต่อในเรื่องที่ตั้งยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานที่ดี และวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง แต่หากยังไม่รีบดำเนินการผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่

ทั้งในเรื่องการศึกษา กฎหมายแรงงาน และการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ฉายาคนป่วยแห่งเอเชียอาจไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรยชั่วคราว แต่จะกลายเป็นสถานะถาวรของประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบจะไปถึงดวงดาวในฐานะเสือเศรษฐกิจของเอเชีย

อ่านข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อ้างอิงข้อมูลจาก: Vocal.media, Financial Times

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button