ตำรวจไทย หารือ ตำรวจญี่ปุ่น คืบหน้าคดีแม่หลอกเด็ก 12 ไปค้ากามที่โตเกียว
ตำรวจไทย หารือ ตำรวจญี่ปุ่น คืบหน้าคดีแม่หลอกเด็ก 12 ไปค้ากามที่โตเกียว จับได้แล้ว 6 คน มีทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น ยังไม่ถึงเป็นแก๊งอาชญากรข้ามชาติ
จากกรณีข่าวสะเทือนข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นกับกรณีที่ เด็กหญิงไทยวัย 12 ปี ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงโตเกียว โดยเด็กหญิงคนดังกล่าวเล่าว่าเธอกับแม่เดินทางมาที่ญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน และถูกพามาร้านนวดดังกล่าว ซึ่งเด็กหญิงคนนี้ถูกสอนวิธีการนวดและให้บริการทางเพศ ก่อนที่เด็กหญิงคนดังกล่าวจะขอความช่วยเหลือจากทางการและนำไปสู่การจับกุมเจ้าของร้านและแม่เด็ก ซึ่งเป็นข่าวดังในช่วงพฤศจิกายนปีที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร และผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศตคม.ตร.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ น.ส.อุเอกิ ยูริโกะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการและผู้อำนวยการสำนักงานจริยธรรมสาธารณะ กองบัญชาการความปลอดภัยชุมชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น เพื่อหารือถึงคดีดังกล่าว
พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า สำหรับคดีเด็กหญิงอายุ 12 ปี พบว่ามารดาเป็นผู้นำเด็กเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อทำงานในร้านนวด ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้ดำเนินคดีกับมารดาของเด็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาส่งฟ้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ระหว่างการขยายผล ซึ่งจะต้องนำข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นมาประกอบในสำนวนคดี
ทั้งนี้ ในการหารือมีผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดของไทยเข้าร่วมด้วย โดยการขอข้อมูลจากประเทศญี่ปุ่นจะดำเนินการผ่านกระบวนการ Mutual Legal Assistance Treaty (MLAT)หรือความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อขยายผลว่าใครเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องบ้าง เนื่องจากเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ ซึ่งตำรวจไทยและตำรวจญี่ปุ่นได้ตกลงร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการปราบปราม โดยเฉพาะกรณีที่คนไทยเข้าไปกระทำผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่น และนำไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์ ดังที่ปรากฏในคดีเด็กหญิงอายุ 12 ปี ที่ถูกบังคับให้ขายบริการในร้านนวด
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของมารดาของเด็กหญิงและเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่น อยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติม โดยทางการญี่ปุ่นได้จับกุมและดำเนินคดีกับเจ้าของร้านนวดแล้ว แต่จำเป็นต้องนำสำนวนดังกล่าวมาประกอบในสำนวนคดีของฝ่ายไทยด้วย จากการซักถามมารดาของเด็ก ได้ข้อมูลว่ามีผู้เกี่ยวข้องทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นประมาณ 6 คน
ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่เฉพาะคดีนี้ แต่รวมถึงคดีอื่น ๆ ด้วย เนื่องจากพบว่ามีกลุ่มคนไทยกลุ่มหนึ่งที่มีพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน ไม่ได้กระทำเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น แต่ยังไปกระทำในประเทศอื่น ๆ ด้วย โดยต้องรอข้อมูลจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งต้องดำเนินการผ่านกระบวนการ MLAT อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นรับทราบถึงความสำคัญของคดีและจะเร่งรัดการประสานข้อมูล
สำหรับฝั่งประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่พบว่ามารดาของเด็กจะเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการขนาดใหญ่ แต่พบว่ามีกลุ่มคนไทยบางส่วนที่เดินทางไปประเทศต่าง ๆ เพื่อประกอบอาชีพให้บริการทางเพศ ซึ่งอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมรูปแบบอื่นต่อไปในอนาคต
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันยังไม่พบข้อมูลคนไทยที่ถูกล่อลวงไปประเทศญี่ปุ่นโดยตรง แต่พบพฤติกรรมคนไทยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นด้วยระบบฟรีวีซ่า และลักลอบทำงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในร้านนวด ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ยังไม่พบว่ามีการค้าประเวณีเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ อย่างไรก็ตาม ทางการญี่ปุ่นมีความกังวลในประเด็นดังกล่าว และไทยเราไม่ต้องการให้คนไทยไปกระทำผิดกฎหมายในต่างประเทศ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะฝ่ายต่อต้านการค้ามนุษย์ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ โดยก่อนหน้านี้ได้เชิญผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเดินทางไปยังช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กองกำลังทหารไทยได้เข้าดำเนินการทำลายและยึดครองไว้ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานใน 2 ประเด็น
ได้แก่ การตรวจสอบว่ามีชาวญี่ปุ่นตกเป็นเหยื่อของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ และการตรวจสอบว่ามีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของญี่ปุ่นเข้าไปตั้งฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งทั้งสองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้มีการจับกุมหัวหน้าขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่นในประเทศไทยและส่งตัวกลับประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว
ทั้งนี้ ตำรวจไทยและตำรวจญี่ปุ่นมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มีการประชุมออนไลน์เพื่อติดตามและขยายผลคดีอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เกี่ยวข้องกับคดีเด็กหญิงอายุ 12 ปี จำนวน 6 คน ถูกจับกุมแล้วทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น แม้ยังไม่ถึงขั้นเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และจำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- บัตรเลือกตั้ง 3 สี ต่างกันยังไง เช็กก่อน อย่ากาผิด
- เด็กหญิงไทย 12 ปี ถูกแม่ทิ้งอยู่คนเดียวที่ญี่ปุ่น สั่งให้ทำงานร้านนวดกาม
- สิ้นท่า แม่ขายลูกสาว 12 ปี ค้ากามร้านนวดญี่ปุ่น ถูกจับ หลังหนีกบดานไต้หวัน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





