เท้ง ณัฐพงษ์ ขอโอกาสครั้งเดียว ลั่น ทำไม่ดีไม่ต้องเลือกซ้ำ โต้ข่าว ไม่รักชาติ-ทำคนแตกแยก

เท้ง ณัฐพงษ์ ขอโอกาสครั้งเดียวเป็นรัฐบาล ถ้าล้มเหลวรอบหน้าไม่ต้องเลือก โต้ข่าว ไม่รักชาติ-ทำคนแตกแยก เข้าใจกระแสข่าวช่วงเลือกตั้ง แนะนำเสนอนโยบาย จุดยืนพรรคดีกว่า
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายสรยุทธ พิธีกรรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ เชิญ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ครั้งนี้เจ้าตัวมาเพื่อพิสูจน์ฝีมือการทำงานด้วยเงื่อนไขเวลาเพียง 4 ปี
ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ เท้ง ณัฐพงษ์ ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อหน้าประชาชน ระบุว่าขอโอกาสให้พรรคประชาชนได้เข้าไปทำงานบริหารประเทศเพียงวาระเดียว (4 ปี) เพื่อพิสูจน์ว่าการเมืองไทยดีขึ้นได้จริง
“ขอโอกาสครั้งนี้ครั้งเดียว เข้าไปแล้ว ผมให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะไปสร้างการเปลี่ยนแปลงการเมืองให้ดีขึ้น ประเทศไทยกลับมาอยู่ในร่องในรอยได้ดีกว่าเดิมแน่นอน แต่ถ้าเราทำแล้วล้มเหลว 4 ปีต่อไป คุณก็ไม่ต้องมาเลือกเราอีก”
นอกจากคำท้าพิสูจน์ฝีมือแล้ว ณัฐพงษ์ ยังได้ชี้แจงถึงข้อครหาที่พรรคมักถูกโจมตีว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง ไม่รักชาติ หรือเป็นพวกหัวรุนแรงที่จ้องจะรื้อทำลายทุกอย่าง โดยเข้าใจดีว่าช่วงหน้าเสียงจะมีกระแสโจมตีออกมา ทั้งยังเคลียร์ข่าวที่หลายคนอ้างว่าตนไม่ร้องเพลงชาติ เจ้าตัวยืนยันว่าร้องเพลงชาติ และ ไม่ควรจะนำมาเป็นประเด็น ควรจะมานำเสนอเรื่องนโยบายของพรรค จุดยืนทางการเมือง หรือทีมบริหารประเทศดีกว่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในการหาเสียง

เมื่อ สรยุทธ ถามว่าเข้าตัวมักจะถูกมองว่า ไม่รักชาติ จะตอบกลับอย่างไร เจ้าตัวชี้แจงแล้วว่า “รักชาติที่แท้จริงต้องรักประชาชน ไม่ใช่รักที่จะเข้าไปปล่อยให้มีการทุกจริต คอร์รัปชั่น คนในรัฐบาลของตนเอง หรือมีคนในรัฐบาลของตนเองมีประวัติสีเทาแต่ยังลอยนวลต่อไป ผมว่าวิธีการพิสูจน์ความรักชาติ มันพิสูจน์กันแบบนี้มากกว่า”
พร้อมยืนยันว่าพรรคไม่เคยปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก สิ่งที่นำเสนอคือภาพสังคมที่คนเท่าเทียมกัน ทั้งเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดี การศึกษา และการรักษาพยาบาลที่ดีกว่า หลายคนกลัวคำว่า ปฏิรูปรื้อโครงสร้าง แต่ความจริงคือ พรรคไม่ได้จะเข้าไปรื้อทุกอย่าง อะไรที่เป็นสิ่งดีอยู่แล้วก็รักษาไว้ ส่วนอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องเข้าไปแก้ไขให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ดี เท้ง ยังสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า บริบทการเมืองไทยเปลี่ยนไปแล้ว เขาเริ่มเห็นสัญญาณจากกลุ่มคนที่เคยอยู่ฝั่งอนุรักษ์นิยม เริ่มเปิดใจและแสดงตัวมากขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้เริ่มมองหาการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่อยากจมอยู่กับวงจรการเมืองแบบเก่า ๆ มีแนวโน้มที่พลังเงียบเหล่านี้จะเทคะแนนให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้าไปทำงาน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- บัตรเลือกตั้ง 3 สี ต่างกันยังไง เช็กก่อน อย่ากาผิด
- นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ เลือกตั้งโค้งสุดท้าย “เท้ง-พรรคประชาชน” นำ
- “ชูวิทย์” ซัดพรรคส้ม ปั่นกระแสไม่ขึ้น “พิธา” หมดแสง ซัด “เท้ง” เหมือนเด็กหัดปราศรัย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





