ทนายเดชา แนะแนวทางสู้คดี ทนายดัง ถูกกล่าวหาอนาจารเด็ก 18 ย้ำ พยานหลักฐานสำคัญมาก

ทนายเดชา แนะ 3 แนวทางในการสู้คดีของ ทนายดัง ถูกกล่าวหาอนาจารเด็ก 18 ย้ำ พยานหลักฐานสำคัญมาก ชี้ใครผิดใครถูก
จากกรณีข่าวร้อนระดับประเทศกับเรื่องราวของ ทนายดัง อย่าง ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย ที่มีการถูกกล่าวหาว่าลวนลามทำอนาจารเด็กสาวอายุ 18 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านสูท จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียลขณะนี้
โดยล่าสุดทาง ทนายแก้ว ได้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อขอโทษและชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อช่วง 10.00 น.ที่ผ่านมา (23 ม.ค. 69) โดยยอมรับว่ามีการกอด หอม และจูบเด็ก 18 ภายในรถจริง แต่ไม่ได้ล้วงหรือจกตามที่ถูกกล่าวหา ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้
ทนายแก้ว เปิดหน้ายอมรับ กอด-จูบ ลูกสาวเจ้าของร้านสูทจริง ปัดล้วงตามที่เป็นข่าว
ขณะที่ทาง ทนายเดชา ก็ได้ออกมาให้ความรู้ในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องคดีทนายดังนี้ด้วยเช่นกัน โดยโพสต์คลิปแนะแนวทางการสู้คดีให้กับ ทนายแก้ว หากถูกกล่าวหาว่ากระทำอนาจารเด็กอายุ 18 ปี ระบุว่า
“ถ้าถามผม ตัวทนายดังก็สามารถต่อสู้ได้ในหลายวิธีเลย คือ 1.ยอมรับสารภาพว่าทำจริง เยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย และให้ผู้เสียหายแถลงต่อศาลไม่ติดใจเอาความทั้งทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งศาลก็จะลดโทษกึ่งหนึ่ง ก็จะมีโอกาสในการรอการลงโทษเพราะไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน
แนวทางที่ 2 คือ ให้การปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ไม่ได้กระทำความผิด หรือการกระทำของตนเองไม่เป็นความผิด คือปฏิเสธขาดเลย ไม่ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา
แนวทางที่ 3 ก็อาจจะต่อสู้ว่า กระทำความผิดเหมือนกัน แต่กระทำความผิดเล็กน้อย เช่น จับมือถือแขน แต่ไม่ได้กระทำการที่ไม่สมควรทางเพศ เช่น จูบปาก จับของสงวน ตามที่ถูกกล่าวหา ก็เป็นลักษณะภาคเสธ ยอมรับบางอย่าง แต่ไม่ยอมรับในการกระทำที่ผิดกฎหมาย
สำหรับคดีนี้การที่จะพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูกนั้นมันก็ต้องอาศัยพยานหลักฐาน ซึ่งพยานหลักฐานคดีนี้ต้องประกอบไปด้วย คำให้การของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 18 ปีเศษ ถือว่าเป็นประจักษ์พยานสำคัญ 2.กล้องหน้ารถในที่เกิดเหตุ ถ้ามีก็สำคัญเลย จบเลย
นอกจากนั้นก็อาจจะมีพยานแวดล้อม คือพยานที่ก่อนเกิดเหตุ หรือหลังเกิดเหตุใกล้ชิดกับเหตุการณ์ จะเรียกพยานแวดล้อม หรือจะเป็นประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์คนอื่นในบริเวณที่เกิดเหตุ
นอกนั้นก็จะเป็นแชตไลน์ที่พูดคุยกันที่หลุดออกมา และพฤติการณ์ต่าง ๆ ในการเจรจาชดใช้ค่าเสียหายว่า ถ้าไม่ได้ทำผิดจะเสนอชดใช้เงินทำไม จะขอโทษทำไม เอาหลาย ๆ อย่างมารวมกันแล้วศาลจะชั่งน้ำหนักว่าใครผิดใครถูกก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อ.จตุรงค์ เปิดเบื้องหลังเจรจา ทนายแก้ว-คู่กรณี 2 รอบไม่จบ ยันพ่อเด็กไม่มีการเรียกเงิน
- พ่อเด็ก 18 โพสต์ถาม นิยามคำว่า “เพื่อน” เป็นยังไง? ลั่น เรื่องนี้เริ่มจากคำว่า “ไว้ใจ”
- นายกสภาทนายความ สั่งสอบดราม่าทนายดัง พร้อมดำเนินการหากผิดจริง
- เบ๊น อาปาเช่ ยอมรับรู้เรื่อง ทนายแก้ว จากปากพ่อเด็ก 18 ก่อนโทรปรึกษา หนุ่ม กรรชัย
- เพจดัง เปิดแชต “ทนายแก้ว-นักศึกษาสาว 19” ไม่พบเรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน
อ้างอิงจาก : FB ทนายคลายทุกข์
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





