หมอแล็บแพนด้า เตือนพฤติกรรมเสี่ยง ไวรัสตับอักเสบบี ต้นเหตุ ตับแข็ง-มะเร็งตับ

หมอแล็บแพนด้า เตือนพฤติกรรมเสี่ยง ไวรัสตับอักเสบบี ต้นเหตุ ตับแข็ง-มะเร็งตับ เผยช่องทางติดต่อ แนะวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง
ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือ “หมอแล็บแพนด้า” นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มาครับ! ผมขอเวลา 1 นาทีอันมีค่าของทุกคน มาคุยกันเรื่อง“ไวรัสตับอักเสบบี” (Hepatitis B Virus หรือ HBV) ได้มั้ยครับ มันมาได้ยังไง แล้วควรทำยังไงกับมันดี
ลองนึกภาพตามว่า ร่างกายเราเป็นประเทศประเทศนึง ที่มีด่านตรวจเข้มงวด ผิวหนังปกติของเราคือ กำแพงเมืองชั้นดี (ที่ไม่ใช่ลวดหนามหีบเพลงนะ 5555) ซึ่งไวรัสตับอักเสบบีมันจะไม่มีวันเจาะผ่านร่างกายเราได้ด้วยการ เดินสวนกัน จับมือกัน หรือกินข้าวร่วมกัน แต่ไอ้ไวรัสตับอักเสบบีมันเข้ามาตามช่องโหว่ ใช้ช่องทางธรรมชาติ สามช่องทางหลัก ๆ นี้ครับ
- เข้ามาทางเลือด เข็มฉีดยาร่วมกัน เข็มสักที่ไม่สะอาด หรือแม้แต่ของมีคมร่วมกันอย่างมีดโกนหนวด แปรงสีฟัน แปรง ๆ ไปเข้าตามเยื่อบุที่ถลอกได้ บางคนแปรงจนเลือดออกก็มี
- ทางเพศสัมพันธ์ น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด ถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัย
- จากแม่สู่ลูก เกิดมาก็ติดเชื้อเลย เพราะแม่ส่งต่อไวรัสให้ตอนคลอด
พอเข้าช่องทางเหล่านี้ปุ๊บ มันก็ไปตามกระแสเลือด ล่องไปโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย นั่นคือ “ตับ” ของเรานั่นเอง แล้วมันก็เข้าไปอยู่ในเซลล์ตับ
จากนั้นมันจะเริ่มกระบวนการ แฝงตัวและก๊อปปี้ (Infection & Replication) เซลล์ตับก็เหมือนโรงงานผลิตสารสำคัญของร่างกาย ไวรัสบีมันจะเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในโรงงาน แล้วเอาพิมพ์เขียว หรือ DNA ของมัน ไปสอดไส้ไว้ในแกนสมองของเซลล์ตับ (Nucleus) จากนั้นมันจะสั่งให้เครื่องจักรของเซลล์ตับว่า เห้ย! หยุดทำงานให้ร่างกายแกซะ แล้วมาปั๊มลูกหลานให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เซลล์ตับก็เบลอครับ ปั๊มไวรัสตัวใหม่ออกมาเป็นล้าน ๆ ตัว
ไวรัสที่เพิ่มจำนวนมหาศาล ไม่ได้ทำให้ตับพังโดยตรงครับ แต่เป็นเพราะ “ระบบภูมิคุ้มกัน” (เม็ดเลือดขาว) ของเราเดินมาตรวจโรงงานแล้วร้อง ว้ายยยยย โรงงานนี้มีผู้ผู้ก่อการร้ายยึดแล้วนี่หว่า เม็ดเลือดขาวก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งระเบิดปูพรมถล่มเซลล์ตับติดเชื้อทันที
ถ้าถล่มรอบเดียวชนะ ก็แปลว่าตับอักเสบเฉียบพลัน อาจจะตัวเหลือง ตาเหลือง แล้วก็หาย และมีภูมิ ซึ่งก็คือ Anti-HBs นั่นแหละ ลองดูในใบตรวจสุขภาพดู แต่ถ้าเม็ดเลือดขาวฆ่าไวรัสไม่หมด สงครามนี้จะยืดเยื้อ หรือตับอักเสบเรื้อรังนั่นเอง ยิงกันตู้มต้ามไม่หยุดหย่อนเป็นสิบ ๆ ปี
สุดท้ายแผลเป็นถมเมือง กลายเป็นตับแข็ง (Fibrosis to Cirrhosis) นึกภาพเนื้อตับโดนระเบิดลงทุกวัน ร่างกายก็พยายามเอาปูนปลาสเตอร์ไปแปะซ่อมแซม ปูนปลาสเตอร์ที่ว่าก็คือ พังผืด (Fibrosis) ยิ่งซ่อมบ่อย ๆ เนื้อตับนุ่ม ๆ นิ่ม ๆ ก็จะกลายเป็นพังผืดหนาเตอะ แข็งเป๊ก จนเลือดไหลผ่านไม่ได้ ท่อน้ำดีตัน ทำให้เรากลายเป็น “โรคตับแข็ง”
ในช่วงที่เกิดสงครามยืดเยื้อและการซ่อมแซมเซลล์วนไปเป็นล้านๆ รอบเนี่ย DNA ของเซลล์ตับมันจะเกิดอาการ เอ๋อ หรือกลายพันธุ์ (Mutation) แถมไอ้เศษ DNA ของไวรัสบีมันยังชอบเข้าไปแทรกแซงให้ยีนควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ตับเพี้ยนไป จากเซลล์ตับดี ๆ เลยกลายร่างเป็น “เซลล์มะเร็ง”

วิธีการป้องกัน
อ่านแล้วอย่าเพิ่งจิตตกไปครับ ข่าวดีคือเราบล็อกมันได้ตั้งแต่หน้าประตูบ้าน ด้วยคาถาง่าย ๆ ตามนี้
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสบี กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้พร้อมบวก มารอดักหน้าด่านตรวจ พอไวรัสโผล่มาปุ๊บ ภูมิคุ้มกันจัดการทันที
- ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ช่วยกันได้ทั้งไวรัสบี ไวรัสซี และ HIV
- ไม่ใช้ของมีคมร่วมกัน รวมถึงเข็มสัก ร้านสักต้องได้มาตรฐาน มีดโกนหนวด กรรไกรตัดเล็บ แปรงสีฟัน ของใครของมันครับ รักกันแค่ไหนก็ไม่ต้องแชร์
- ไปเจาะเลือดดูสักหน่อยครับว่าเรามีเชื้อมั้ย หรือมีภูมิมั้ย จะได้วางแผนชีวิตถูก
เพราะฉะนั้น ไปตรวจเลือดและฉีดวัคซีนกันเถอะครับ ตับเรามีอันเดียว เปลี่ยนใหม่ง่าย ๆ ซะที่ไหน ด้วยความปรารถนาดีนะครับ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อีโบลาระบาดถึงไทยไหม? หมอยงตอบชัด เหมือนหรือต่างจากโควิด เตือนอย่าวิตก
- หมอแล็บแพนด้า โอดพิษสงคราม ทำน้ำมันแพง ลามของใช้-อุปกรณ์แพทย์พุ่ง
- อ.เจษฎา สวนกลับ ระเบียบเสื้อกันหนาว ‘ล้าสมัย’ แนะ ควรโฟกัสเรื่องเรียนก่อน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





