ตำรวจลงพื้นที่เกาะพะงัน ลุยปราบนอมินี ยึดคืน 51 ไร่ มูลค่ารวม 150 ล้านบาท

ตำรวจลงพื้นที่เกาะพะงัน ลุยปราบนอมินี ยึดคืน 51 ไร่ มูลค่ารวม 150 ล้านบาท ขณะที่ดำเนินคดีชาวอิสราเอลไปแล้ว 44 ราย
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้า ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ในฐานะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 266 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญบนพื้นที่เกาะพะงัน จำนวน 14 จุด ซึ่งเป็นเครือข่ายสำนักงานทนายความ จำนวน 6 แห่ง ที่ต้องสงสัยช่วยเหลือให้บุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยให้คนไทยถือหุ้นแทน โดยการตรวจสอบข้อมูลของ สำนักงานทนายความ ที่ถือเป็นต้นน้ำ ทั้ง 6 แห่งนี้ พบบริษัทที่มีความเกี่ยวข้อง รวม 483 บริษัท
เข้าข่ายต้องสงสัยเป็นนอมินีและพบพิรุธเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งถือเป็นนิติบุคคลปลายน้ำ จำนวน 27 แห่ง จึงยึดโฉนด 37 แปลง นำที่ดินคืนกลับมาตรวจสอบความถูกต้องได้ จำนวน 51 ไร่ 2 งาน มูลค่ารวม 150 ล้านบาท นอกจากนั้นยังสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายลูก้า (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี สัญชาติอิตาลี ในฐานความผิดเป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจตามบัญชีสาม โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.น.ส.มีนา (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี 3.นายประธาน (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี และ 4.นางนงลักษณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ชาวไทยทั้ง 3 ราย กระทำความผิดในข้อหาช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งแต่ละรายจะถูกตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยต่อไป
ทั้งนี้ข้อมูลล่าสุดที่ ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ตรวจพบการดำเนินการนิติบุคคล บนเกาะพะงัน ทั้งสิ้น 3,754 ราย ต่างชาติถือหุ้น 2,381 ราย โดยจะเน้นตรวจสอบเชิงลึกในกลุ่มที่ต้องสงสัยเป็นธุรกิจนอมินี มีต่างชาติลงทุนในอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด คือ ร้อยละ 49, การให้สิทธิคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน, กรณีตรวจพบคนไทยมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการในหลายบริษัท ลักษณะถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และ กลุ่มคนไทยที่มีการแจ้งเข้า-ออก ระบบประกันสังคมหลายครั้ง หลายบริษัท ซึ่งไม่น่ามีการทำงานจริง
สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวที่ขออยู่ต่อบนเกาะพะงัน ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2568 มีทั้งสิ้น 2,548 คน แบ่งเป็นขออยู่ต่อระยะสั้น 2,054 คน และ ขออยู่ต่อระยะยาว 494 คน ด้านผลการปฏิบัติงานและคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ของ สภ.เกาะพะงัน ในห้วง เดือนตุลาคม 2568 – พฤษภาคม 2569 พบตัวเลขแจ้งเหตุผ่านศูนย์วิทยุ 191 จำนวน 69 เหตุการณ์ เป็นคดีก่อความเดือดร้อนรำคาญ 34 ราย การไกล่เกลี่ยทางแพ่ง 24 ราย กรณีมีอาการจิตเวช 11 ราย จากชาวต่างชาติที่ก่อเรื่องสูงสุด 3 สัญชาติ ประกอบด้วย รัสเซีย 12 ราย เยอรมัน 12 ราย อิสราเอล 9 ราย ซึ่งสัญชาติอิสราเอล ส่วนใหญ่มักมีปากเสียงในร้านสะดวกซื้อ, ร้านเช่ารถ, ไม่ยอมจ่ายค่าที่พัก, การทำทรัพย์สินเสียหาย และข้อพิพาทเรื่องที่ดิน
ส่วนการดำเนินคดีทางอาญา เฉพาะชาวอิสราเอล ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 5 พฤษภาคม 2569 มีทั้งสิ้น 44 ราย โดยความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติด มากที่สุด คือ 20 ราย, ประกอบธุรกิจ (นอมินี) 9 ราย, พ.ร.บ.การทำงาน 8 ราย, กระทำการขายหน้าต่อธารกำนัล 2 ราย, ใช้เงินตราปลอม 1 ราย, Over Stay 1 ราย, การพนัน 1 ราย และ เมาแล้วขับ 1 ราย นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน ชาวอิสราเอล ยังติด Top 3 เรื่องการผิดกฎจราจร ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ โดยสัญชาติที่ทำผิดกฎหมายจราจรมากที่สุด คือ เมียนมา 313 ราย รัสเซีย 214 ราย อิสราเอล 165 ราย และ เยอรมัน 125 ราย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รัฐบาล ยกระดับมาตรการปราบปรามนอมินี สกัดการใช้นิติบุคคลผิดกฎหมาย
- ซันนี่ แบกเป้เกอร์ โพสต์ย้ำ คนอิสราเอลกว้านซื้อที่ดิน “เกาะพะงัน” หวั่นกลายเป็นเทลอาวีฟสาขา 2
- รวบหนุ่มอิสราเอล พ่อค้ายาเสพติดให้นักท่องเที่ยว บนเกาะพะงัน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



