หนังคนละม้วน! เปิดคลิปกล้องหน้ารถ อดีตผู้บริหารค่ายมือถือ โต้เดือดปมชนแล้วหนี ยันไม่ได้เมา-ถูกผลักก่อน
เปิดคลิปกล้องหน้ารถฝั่ง “นายต่อ” อดีตผู้บริหารค่ายมือถือชื่อดัง งัดหลักฐานโต้ข้อกล่าวหาชนแล้วหนี ยืนยันไม่ได้เมา แต่เดินเซเพราะถูกคู่กรณีผลักจนล้มหัวเกือบฟาดพื้น แจงเหตุพูด “มึงรู้มั้ยกูเป็นใคร” เพราะโมโหเพื่อป้องกันตัว
สังคมออนไลน์ต่างพุ่งเป้าความสนใจไปที่เหตุวิวาทกลางถนน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างคุณเอกลักษณ์และนายต่อ อดีตผู้บริหารค่ายมือถือชื่อดัง ภาพจากคลิปเหตุการณ์แรกเผยให้เห็นพฤติกรรมของนายต่อที่เข้าข่ายคุกคามและท้าทายคู่กรณี ซ้ำยังมีลักษณะคล้ายคนมีอาการมึนเมา ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายเมื่อเขาตัดสินใจขับรถออกไปจากที่เกิดเหตุ
ล่าสุด รายการ ทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 ได้นำเสนอความคืบหน้าของคดีนี้ โดยเป็นการเปิดเผยข้อมูลและ คลิปจากกล้องหน้ารถ จากฝั่งของนายต่อ ซึ่งเป็นการชี้แจงโต้แย้งข้อกล่าวหาในมุมมองของตนเอง ทำให้คดีนี้ส่อแววพลิกเป็นหนังคนละม้วน
จากคลิปกล้องหน้ารถของนายต่อ แสดงให้เห็นว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการไหลไปเฉี่ยวชนท้ายรถของคุณเอกลักษณ์เบา ๆ เท่านั้น ไม่ได้มีการชนอย่างรุนแรงตามที่หลายคนเข้าใจในตอนแรก
นอกจากนี้ นายต่อยังได้ออกมาชี้แจงประเด็นดราม่าต่าง ๆ อย่างละเอียด เริ่มจากประเด็นข้อสงสัยเรื่อง เมาแล้วขับ นายต่อยืนยันหนักแน่นว่าตนเองไม่ได้มีอาการมึนเมาแต่อย่างใด
ส่วนภาพที่เห็นว่าเดินเซหรือพูดจาเชื่องช้านั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการถูกคู่กรณีผลักจนล้มลงไป ศีรษะเกือบกระแทกพื้น ทำให้เกิดอาการมึนงงชั่วขณะ ซึ่งในเช้าวันรุ่งขึ้น ตนได้เดินทางไปรายงานตัวที่ สน.โคกคราม และมั่นใจว่าหากมีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ก็จะไม่มีทางพบอย่างแน่นอน
ส่วนประเด็นคำพูดสุดกร่าง “มึงรู้มั้ยกูเป็นใคร” นายต่อยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าพูดประโยคนั้นออกไปจริง แต่เป็นเพราะเกิดความโมโหและต้องการป้องกันตัวหลังจากถูกอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายก่อน โดยเปรียบเปรยพฤติกรรมของตนเองในตอนนั้นว่าเหมือนปู ที่เมื่อรู้สึกถูกคุกคามก็จะพยายามทำตัวให้ดูใหญ่โตไว้เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้
นายต่อยังเน้นย้ำด้วยว่า ตนเองได้ลาออกจากการเป็นผู้บริหารค่ายมือถือชื่อดังมานานเกือบ 3 ปีแล้ว ปัจจุบันเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ได้มีอำนาจบาตรใหญ่หรือเส้นสายใด ๆ และไม่เคยคิดจะนำชื่อของอดีตบริษัทต้นสังกัดมาแอบอ้างเพื่อใช้ข่มขู่คู่กรณี
สำหรับประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าชนแล้วหนีนั้น นายต่อชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนี แต่ในจังหวะนั้นสังเกตเห็นคู่กรณีโทรศัพท์เรียกพวกพ้องมาสมทบ จึงเกิดความหวาดกลัวว่าจะถูกรุมทำร้าย จึงตัดสินใจขับรถออกมาจากจุดเกิดเหตุก่อน โดยตั้งใจจะไปเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่สถานีตำรวจ
ขณะนี้ นายต่อได้แต่งตั้งทนายความส่วนตัวเพื่อเตรียมต่อสู้คดีตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยระบุว่าจะขอแยกดำเนินคดีเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ คดีทำร้ายร่างกาย และคดีให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งบทสรุปของเรื่องราวนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องรอติดตามการสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
อ่านข่าวน่าสนใจอื่นเพิ่มเติม
- เพจดังแชร์คลิป ผู้บริหารค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ เมาแล้วขับชนท้าย ซ้ำท้าต่อยกลางถนน
- ควายขับรถ! เทสล่า ปาดหน้า-เบียด ป่วนทางด่วน เกือบตายหมู่ ชาวเน็ตแห่ทัวร์ เต็นท์รถดัง
- นายกสมาคมกฎหมาย ชักปืนยิงไรเดอร์เจ็บ โมโหถูกขับปาดหน้า ชูนิ้วกลางใส่
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





