คดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน 11 ปียังไม่จบ หนุ่ย พงศ์สุข เล่าตอนขึ้นศาล

สรุปความคืบหน้าคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน 11 ปี พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ขึ้นศาลเป็นพยานเบิกความ ทนายจำเลยซักค้านสุดคมคายจนผู้พิพากษายังอมยิ้ม จับผู้ต้องหาจากสคริปต์พิธีกร
หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรชื่อดัง และเจ้าของบริษัท แบไต๋ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าประสบการณ์การเดินทางไปเป็นพยานศาลในคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน คดีฉ้อโกงประชาชนครั้งใหญ่เมื่อ 11 ปีก่อน หนุ่ย พงศ์สุขเคยรับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานประกาศรางวัลของบริษัท เขาได้มอบสคริปต์งานพิธีกรให้ตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐาน เอกสารชุดนี้นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน
วันนี้พงศ์สุขเดินทางไปศาลเพื่อเป็นพยานให้อัยการ ได้พบผู้หญิงคนหนึ่งตกเป็นจำเลยนั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดี เธอมีผิวคล้ำ สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นใจหลังต้องสูญเสียอิสรภาพเข้าไปอยู่ในเรือนจำนานกว่าหนึ่งปีเพื่อรอการพิจารณาคดี
เมื่อถึงช่วงเบิกความ ทนายความฝั่งจำเลยตั้งคำถามกับพงศ์สุขว่า “คุณพิสูจน์ได้ไหมว่าคนที่ขึ้นมารับรางวัลในภาพนี้ กับ ชื่อที่คุณประกาศ เป็นคน ๆ เดียวกัน”
พงศ์สุขยอมรับว่าในทางปฏิบัติพิธีกรไม่สามารถตรวจสอบเรื่องนี้ได้ ทนายความจึงถามต่อทันทีว่า “คุณไม่รู้ใช่ไหมว่าชื่อที่เค้าให้คุณประกาศให้ขึ้นมารับรางวัลนั้น แท้จริงแล้วเจ้าตัวนอนอยู่บ้าน ไม่ได้มางาน แต่มีคนขึ้นมารับรางวัลแทน”
พงศ์สุขตอบคำถามตามความจริงว่า “ผมไม่มีทางรู้ได้หรอกครับ แต่ก็เห็นคนขึ้นไปรับหน้าชื่นตาบานกันทุกคน คุณทนายเก่งจังครับ” คำตอบนี้ทำให้ผู้พิพากษาหลุดยิ้มออกมา
หลังจากพงศ์สุขลงจากคอกพยาน จำเลยถอดหน้ากากอนามัยออกพร้อมบอกกับเขาว่าเธอไม่ใช่คนในภาพถ่าย พงศ์สุขสังเกตเห็นว่าภาพหญิงสาวที่รับรางวัลเมื่อ 11 ปีก่อนดูสดใสมั่นใจ แตกต่างจากจำเลยในวันนี้อย่างสิ้นเชิง เวลาที่ผ่านไปอาจทำให้หน้าตาเปลี่ยนไป หรือเธออาจไม่ใช่คนคนเดียวกันจริงๆ พงศ์สุขจึงเบิกความต่อศาลว่าเขาจำไม่ได้
พงศ์สุขสอบถามทนายความนอกรอบเพื่อคลายความสงสัย ทนายความให้ข้อมูลว่าผู้หญิงคนนี้เป็นลูกข่าย ชื่อของเธอปรากฏอยู่ในระบบของบริษัท ตำรวจจึงออกหมายจับ ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่าบุคคลในภาพกับจำเลยคือคนเดียวกันหรือไม่ หากศาลตัดสินว่าบริสุทธิ์ รัฐจะจ่ายเงินชดเชยให้วันละ 500 บาท พงศ์สุขมองว่าเงินจำนวนนี้ไม่คุ้มค่ากับการสูญเสียอิสรภาพเลยแม้แต่น้อย
พงศ์สุขทิ้งท้ายว่าหมายจับในคดีนี้ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ตำรวจสามารถตามจับคนผิดเพิ่มได้มากมายจากหลักฐานสคริปต์พิธีกรเมื่อปลายปี 2557 เขาคาดว่าตัวเองคงต้องเดินทางมาเป็นพยานที่ศาลให้อัยการไปอีกนาน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รวบบอส ‘ตู้เติมเงินเคธี่ปั่นสุข K4’ หลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่ เงินหมุนเวียน 400 ล้าน
- โอกาสสุดท้าย เหยื่อแชร์ลูกโซ่ 2,500 ล้าน รับเงินคืน 17-20 ธ.ค. ที่เมืองทองธานี
- เคลวิน แฟน มิน พีชญา เปิดใจหลังแฟนสาวได้ประกันตัว ยัน พร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





