อย่าหาทำ! ผัวเมียพลั้งปาก “ระวังระเบิด” บนเครื่องบิน ทำผู้โดยสารหนีตาย วุ่นทั้งลำ

ผัวเมียพลั้งปากพูดคำว่า “ระวังระเบิด” ขณะเก็บสัมภาระบนเครื่อง กัปตันสั่งระงับบินด่วน EOD ค้นนาน 5 ชม. โดนแจ้งข้อหาหนัก
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุวุ่นวายภายในท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หลังผู้โดยสารชายอายุ 46 ปี และหญิงอายุ 43 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยา พลั้งปากพูดคำว่า “ระวังระเบิด” ขณะพนักงานสายการบินเข้าช่วยจัดเก็บสัมภาระบนเครื่อง
พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ทันทีที่พนักงานได้ยินคำดังกล่าว ได้รีบแจ้งไปยังกัปตันเครื่องบิน ก่อนตัดสินใจยุติการบินทันที และดำเนินมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด สั่งให้ผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเครื่อง กั้นพื้นที่ และประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่นำกระเป๋าต้องสงสัยลงมาตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงตรวจสัมภาระทุกชิ้นบนเครื่องอย่างเข้มงวด ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ หลังการตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่พบวัตถุระเบิดหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

จากการสอบถามชายผู้ก่อเหตุให้การว่า เดินทางมากับคณะประมาณ 30 คน และกำลังจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ระหว่างนำกระเป๋าขึ้นช่องเก็บสัมภาระ มีพนักงานต้อนรับเข้ามาช่วย จึงพูดลอย ๆ ว่า “เลื่อนดี ๆ นะ ระวังระเบิด” พนักงานได้ยินจึงถามย้ำว่า “อะไรนะ” ชายคนดังกล่าวยังพูดเช่นเดิมว่า “เลื่อนดี ๆ ระวังระเบิด”
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้โดยสารทั้งสองราย ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก กระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน และสร้างความเสียหายต่อสายการบินและผู้โดยสารรายอื่น
สำหรับข้อหาแจ้งข้อความหรือส่งข่าวสารซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุหรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในท่าอากาศยาน หรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบินตื่นตกใจ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กองทัพอากาศ เร่งสอบสาเหตุ เครื่องบิน T-50 ไถลออกนอกรันเวย์
- ด่วน! สนามบินภูเก็ตชี้แจง เหตุไฟลต์ AI379 บินวน ถูกขู่วางระเบิด
- ‘ไรอันแอร์’ ระทึก 161 ชีวิต ล้อระเบิด 4 ล้อ ขณะลงจอดสนามบินอิตาลี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





