เลขา กกต. ยืนยันระบบเลือกตั้งแข็งแกร่งมาก ยอมรับมีข้อผิดพลาด ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น

เลขา กกต. ยืนยันระบบเลือกตั้งแข็งแกร่งมาก ยอมรับมีข้อผิดพลาด คือการนำการนำคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมาทำงาน ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น
นายแสวง บุญมี เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้งปี 69 เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ทาง กกต. ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง แต่ที่ยืนยันได้ คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้ โดยตรงจุดนี้คือการเลือกตั้งในหน่วย การเลือกตั้งนอกหน่วยเป็นอีกประเด็นหนึ่ง
แต่สิ่งที่เกิดข้อผิดพลาด คือ การนำคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จำนวนเกือบ 1 ล้าน 6 แสนคน มาทำงานเกี่ยวกับระเบียบ ซึ่งมีความซับซ้อนอยู่พอสมควรจึงทำให้เกิดข้อผิดพลาด แม้ว่าจะมีการตรวจสอบได้ แต่ก็จะต้องพัฒนาในส่วนนี้ให้ได้และให้ดีขึ้น
อีกส่วนคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้ดีขึ้นกว่าเดิม ในการที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งอาจจะนำเทคโนโลยี เช่น การติดตั้งกล้อง ซึ่งจะทำให้ กปน. และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งระมัดระวังในการกระทำผิด หากมีเหตุการณ์ใดก็สามารถดูจากกล้องวงจรปิดได้
ทั้งนี้ กกต. ได้ออกแบบการป้องกันการทุจริต ซึ่งระบบสามารถตรวจจับการกระทำผิด รวมทั้งการป้องกันในระดับดี เรื่องการทุจริตในหน่วยถึงจะเกิดขึ้นก็สามารถจับได้ และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่หากเป็นเรื่องผิดพลาดหรือเกิดข้อบกพร่อง เช่น การจำหน่ายบัตรให้ผู้มีสิทธิ์ที่บางครั้งฉีกบัตร นำต้นขั้วไปด้วย หรือขานคะแนนผิดก็ยังเป็นข้อผิดพลาดอยู่
ดังนั้น จึงได้มีการแก้ไข ทุกที่ที่มีเหตุเช่นนี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก แต่จะต้องทำให้ดีกว่าเดิม หากจะไม่ให้เกิดขึ้นเลย อาจจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากคนทำงาน 10 กว่าชั่วโมง และนับล้านคน แม้จะเกิดข้อผิดพลาดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อย เมื่อเทียบกับคนถึง 1,600,000 คน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจะเกิดข้อผิดพลาด เพราะคนมองว่าข้อผิดพลาดคือการทุจริต จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
ส่วนการดำเนินคดีนั้น เมื่อเห็นข้อเท็จจริงแล้ว จะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ อยู่ที่ผลการสอบสวนว่าเจตนาหรือผิดพลาด ถ้ามีเจตนาไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่สุจริต ก็จะต้องแจ้งความดำเนินคดี แต่หากผิดหลง ไม่กระทบต่อสาระสำคัญของการเลือกตั้ง ก็จำเป็นจะต้องนำมาปรับปรุงในทางการบริหารต่อไป
แต่ก็มีการแจ้งความดำเนินคดีไปบางส่วนแล้ว เช่นเดียวกับกรณีที่ กปน. ในพื้นที่ จ.ลำพูน และสุพรรณบุรี ทาง กกต. ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ซึ่งในบางพื้นที่ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และอีกบางส่วนอยู่ในสำนวนก็มี ขณะที่คดีความร้องทุกข์จากการเลือกตั้ง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 250 เรื่อง
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีการเลือกตั้งของ กปน. ในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี นายแสวง กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเกิดความผิดปกติ เพราะมีคะแนนกระโดดเยอะมากนับหลักร้อยคะแนน ซึ่งจากประสบการณ์ เวลานับคะแนนใหม่ จะไม่เกิน 1 หรือ 2 คะแนน แต่ในจังหวัดนี้ผิดปกติ
ซึ่งเรื่องนี้ กกต.พิจารณาแล้ว ได้สั่งให้ลงไปสอบสวนเพิ่มเติม จะเป็นแค่ 2 หน่วย หรือยังมีหน่วยอื่นด้วย โดยต้องดูว่าเกิดจากความผิดพลาดหรือทุจริตเป็นกระบวนการ มีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ จึงต้องมีการลงไปสอบเพิ่มเติม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! ยกฟ้อง กกต. ทำล่าช้า คดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ศาลชี้เพราะเหตุนี้
- กกต. รับคำร้องยุบพรรคประชาชน ปม “สเปกเตอร์ซี-เลเซอร์ไอดี” เตรียมเรียก “พี่ศรี”
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





