เปิดสาเหตุ “อันฮเยจิน” ไร้ชื่อในทีมชาติเกาหลี พร้อมถูกแบน 2 ปี
สมาคมวอลเลย์บอลเกาหลีใต้ สั่งถอดชื่อ อัน ฮเย-จิน ออกจากแคมป์ทีมชาติหลังเจ้าตัวยอมรับข้อกล่าวหาเมาแล้วขับ ปิดฉากความหวังกลับมาสวมชุดแทกึก และอาจถูกแบนยาวจากการแข่งขันในลีก
วงการวอลเลย์บอลหญิงเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับข่าวอื้อฉาวครั้งใหญ่ เมื่อ อัน ฮเย-จิน (Ahn Hye-jin) มือเซตคนสำคัญของสโมสร GS Caltex และหนึ่งในขุนพลชุดประวัติศาสตร์อันดับ 4 โอลิมปิกโตเกียว ถูกตัดชื่อออกจากรายชื่อเรียกตัวเข้าแคมป์ฝึกซ้อมทีมชาติ ณ ศูนย์ฝึกจินชอนที่มีกำหนดเริ่มต้นในวันที่ 20 เมษายนนี้ หลังจากมีรายงานยืนยันว่าเธอถูกจับในข้อหา “เมาแล้วขับ”
เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา อันฮเยจิน โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “ฉันขอโทษอย่างสุดซึ้งที่สร้างความเสื่อมเสียจากเหตุการณ์เมาแล้วขับ เหตุการณ์นี้เป็นความผิดของฉันเพียงผู้เดียว และเป็นการกระทำที่ขาดสติโดยไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ฉันเสียใจที่ทำให้แฟนวอลเลย์บอลและต้นสังกัดต้องผิดหวัง”
สมาคมวอลเลย์บอลเกาหลีใต้ (KVA) ดำเนินการตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยระบุว่านักกีฬาที่ถูกลงโทษปรับตั้งแต่ 5 ล้านวอนขึ้นไปในคดีเมาแล้วขับ จะถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นนักกีฬาตัวแทนทีมชาติเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี และหากโทษปรับต่ำกว่านั้นจะถูกแบนอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งกรณีของ อัน ฮเย-จิน แม้การสอบสวนของตำรวจยังไม่สิ้นสุด แต่เมื่อมีการยืนยันพฤติกรรมความผิด เธอจะหมดสิทธิ์สวมชุดทีมชาติอย่างน้อย 2 ปีทันที
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดสำหรับอาชีพของเธอ เนื่องจากเจ้าตัวกำลังจะกลายเป็นนักกีฬาอิสระหลังจบฤดูกาลนี้ และคาดว่าจะได้รับสัญญาค่าเหนื่อยมหาศาลจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในรอบเพลย์ออฟที่พาทีมคว้าแชมป์

ด้าน สหพันธ์วอลเลย์บอลเกาหลี (KOVO) เตรียมพิจารณาบทลงโทษทางวินัยเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษตั้งแต่การตักเตือน ปรับเงิน ไปจนถึงการขับออกจากลีก
ขณะนี้ ชา ซัง-ฮยอน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติหญิง เตรียมเรียกตัวเซตเตอร์คนใหม่เข้ามาเสริมทีมแทน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับนานาชาติที่กำลังจะมาถึง.
ที่มา : m.sports.naver
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เผยรายชื่อนักกีฬาทีมเกาหลี ญี่ปุ่น วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย
- สมพรแจงสาเหตุ นักวอลเลย์บอลหญิงบาดเจ็บ แต่ทำไมยังติดทีมชาติไทย
- มาแล้ว ตารางแข่ง วอลเลย์บอลหญิงไทย เนชันส์ลีก 2026 มีช่องถ่ายทอดสด
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





