การเงินเศรษฐกิจ

ถ้าน้ำมันโลกหมด แต่ละประเทศอยู่ได้กี่วัน? ข้อมูลสำรองน้ำมันจาก IEA

เปรียบเทียบปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศสมาชิก IEA และเอเชีย พร้อมอัปเดตข้อมูลของไทยที่เพิ่มสำรองจาก 61 วันเป็น 98 วัน รับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปิดตัว

หากน้ำมันดิบทั่วโลกหยุดไหลในวันนี้ แต่ละประเทศจะพึ่งพาน้ำมันสำรองได้นานแค่ไหน คำตอบขึ้นอยู่กับปริมาณ สำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Petroleum Reserve (SPR) ที่แต่ละประเทศสะสมไว้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) เป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลและเก็บข้อมูลเรื่องนี้

คำถามนี้ไม่ได้เป็นเรื่องสมมติอีกต่อไป หลังจากปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของโลกถูกปิดกั้นโดยพฤตินัย บริษัทเดินเรือขนาดใหญ่หลายแห่งระงับการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าว

IEA คืออะไร ทำไมถึงเกี่ยวกับน้ำมันสำรอง

IEA ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) หลังวิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1970 โดยมีภารกิจตอบสนองต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันโลก รวบรวมข้อมูลสถิติตลาดน้ำมัน ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน และสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ปัจจุบันมีสมาชิก 32 ประเทศ

กฎสำคัญของ IEA คือ ประเทศสมาชิกทุกประเทศต้องมีสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์เทียบเท่าการนำเข้าสุทธิอย่างน้อย 90 วันของปีก่อนหน้า ยกเว้นประเทศที่เป็นผู้ส่งออกสุทธิ เช่น แคนาดา เอสโตเนีย เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ และสหรัฐอเมริกา

ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 ประเทศสมาชิก IEA มีน้ำมันสำรองรวมกันประมาณ 1,800 ล้านบาร์เรล

น้ำมันสำรองแต่ละประเทศอยู่ได้กี่วัน

ข้อมูลจาก Khaosod English รวบรวมจากหลายแหล่ง พบว่า ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองเทียบเท่า 254 วันของการบริโภค ตามด้วยเกาหลีใต้ 208 วัน จีน 200 วัน อินเดีย 74 วัน ไทย 61 วัน ฟิลิปปินส์ 60 วัน อินโดนีเซีย 20 วัน และเวียดนาม 15 วัน

ญี่ปุ่น – แม้จะนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึง 90% ของความต้องการ แต่ญี่ปุ่นมีระบบสำรองน้ำมันที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองของรัฐบาลราว 260 ล้านบาร์เรล และภาคเอกชนอีกราว 180 ล้านบาร์เรล เฉพาะส่วนของรัฐบาลอยู่ได้ถึง 146 วัน ญี่ปุ่นสร้างระบบนี้ขึ้นหลังวิกฤตน้ำมันปี 2516 และเตรียมปล่อยสำรองน้ำมันราว 80 ล้านบาร์เรลในวิกฤตรอบนี้ การปล่อยครั้งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

เกาหลีใต้ – มีความจุคลังน้ำมันรวม 286 ล้านบาร์เรล ณ สิ้นปี 2553 และมีจำนวนวันสำรองอยู่เหนือ 160 วันมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2552

จีน – ในปี 2569 จีนมีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมมากที่สุดในโลกอยู่ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาร์เรล แบ่งเป็นสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐ 400-500 ล้านบาร์เรล และสำรองเชิงพาณิชย์อีก 600-900 ล้านบาร์เรล สามารถรองรับการนำเข้าได้ 80-90 วัน

อินเดีย – มีคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ความจุรวม 5.33 ล้านตัน เพียงพอสำหรับ 9.5 วัน เมื่อรวมกับสต๊อกของบริษัทน้ำมันแล้วมีความจุรวม 74 วัน

อินโดนีเซีย – มีสำรองเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับราว 21-23 วัน แม้เป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 1 ใน 3

เวียดนาม – มีสำรองเชื้อเพลิงราว 15-20 วัน และกำลังจัดหาน้ำมันดิบราว 4 ล้านบาร์เรลจากแหล่งนอกตะวันออกกลาง ปริมาณดังกล่าวเทียบเท่าการบริโภคเพียง 6 วัน

น้ำมันสำรองแต่ละประเทศอยู่ได้กี่วัน
iea

สหรัฐอเมริกา – มีสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ราว 415.4 ล้านบาร์เรลในถ้ำเกลือใต้ดินตามชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก สหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิในปี 2567 จึงไม่จำเป็นต้องมีสำรองตามเกณฑ์ IEA แต่ยังคงรักษาคลังสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไว้

เยอรมนี – มีน้ำมันดิบสำรองราว 110 ล้านบาร์เรล และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปอีก 67 ล้านบาร์เรล สามารถปล่อยออกมาได้ภายในไม่กี่วัน คิดเป็น 90 วันของการนำเข้าสุทธิ

ฝรั่งเศส – มีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำรองรวมราว 120 ล้านบาร์เรล เพียงพอสำหรับ 90-100 วัน

อิตาลี – มีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์กลั่นสำรองราว 76 ล้านบาร์เรล เพียงพอสำหรับ 90 วัน

สหราชอาณาจักร – มีสำรองรวม 68 ล้านบาร์เรล แบ่งเป็นน้ำมันดิบราว 38 ล้านบาร์เรล และผลิตภัณฑ์กลั่น 30 ล้านบาร์เรล เพียงพอสำหรับ 60-90 วัน

สวิตเซอร์แลนด์ – มีสำรองน้ำมันเพียงพอสำหรับ 4.5 เดือนของการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมัน ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสำรองสูงในยุโรป

(หมายเหตุ: ตัวเลขอาจคลาดเคลื่อนตามวิธีคำนวณของแต่ละแหล่งข้อมูลที่นับรวมสำรองรัฐ เอกชน และน้ำมันระหว่างขนส่งแตกต่างกัน)

สรุปเปรียบเทียบจำนวนวันสำรองน้ำมัน (ประมาณการ)

จากการประเมินจำนวนวันสำรองน้ำมันของแต่ละประเทศ ญี่ปุ่นถือว่ามีความพร้อมสูงสุดโดยมีสำรองเพียงพอถึง 254 วัน รองลงมาคือเกาหลีใต้ที่ 208 วัน ส่วนจีนมีสำรองอยู่ที่ประมาณ 80-200 วันขึ้นอยู่กับวิธีการคำนวณ สำหรับประเทศในทวีปยุโรป สวิตเซอร์แลนด์มีสำรองสูงถึงราว 135 วัน หรือประมาณ 4.5 เดือน ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ต่างรักษาระดับสำรองไว้ที่ประมาณ 90-100 วัน

ด้านสหราชอาณาจักรมีสำรองเพียงพอสำหรับ 60-90 วัน ทางฝั่งเอเชีย อินเดียมีสำรองอยู่ที่ 74 วัน ประเทศไทยมีสำรองระหว่าง 61-98 วัน ฟิลิปปินส์ 50-60 วัน อินโดนีเซีย 21-23 วัน และเวียดนามมีสำรองน้อยที่สุดในกลุ่มนี้เพียง 15-20 วัน ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการและอาจแตกต่างกันไปตามวิธีการคำนวณ เช่น การรวมสำรองของรัฐ เอกชน หรือน้ำมันระหว่างขนส่ง รวมถึงช่วงเวลาที่รายงาน

แล้วไทยอยู่ได้กี่วัน

แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิก IEA แต่มีกฎหมายกำหนดให้สำรองน้ำมันภายในประเทศ กระทรวงพลังงานรายงาน ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าไทยมีน้ำมันเบนซินและน้ำมันดิบคงเหลือ 4,925 ล้านลิตร เพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศ 38 วัน

เมื่อรวมน้ำมันที่กำลังขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีก 1,746 ล้านลิตร และจากเส้นทางอื่นอีก 1,124 ล้านลิตร ทำให้มีน้ำมันรวม 61 วัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อรรถพล เรืองพิบูลย์ ให้ข้อมูลว่า ไทยมีน้ำมันสำรองรวมถึง 95 วัน รัฐบาลเตรียมมาตรการเสริม ได้แก่ การระงับส่งออกน้ำมัน (ยกเว้นลาวและเมียนมา)

การเตรียมเพิ่มสัดส่วนสำรองตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% การเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล และการเตรียมนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปหากจำเป็น

ล่าสุดวันที่ 13 มีนาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรี พิพัฒน์ รัชกิจประการ แถลงว่าไทยเพิ่มสำรองน้ำมันดิบจาก 92 วันเป็น 98 วัน รัฐบาลกำลังเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย หลังสหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ ยืนยันว่าน้ำมันสำรองมีเพียงพอ ปัญหาน้ำมันหมดปั๊มบางจุดเกิดจากประชาชนแห่เติมน้ำมันพร้อมกันมากกว่าปกติถึง 3 เท่า ทำให้การขนส่งไม่ทัน

ข้อมูลสำรองน้ำมันของไทย แบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้

  • น้ำมันคงเหลือในประเทศ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) – เพียงพอ 38-39 วัน
  • น้ำมันระหว่างขนส่งทางเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว – เพียงพอ 26 วัน
  • น้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้ว รอส่งจากเส้นทางอื่น (อเมริกา แอฟริกาตะวันตก) – เพียงพอ 30 วัน
  • น้ำมันสำรองเพื่อการค้าและสำรองตามกฎหมาย

จุดเปราะบางของไทยคือ น้ำมันดิบ 50% ที่ไทยนำเข้ามาจากอ่าวเปอร์เซีย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สรุปเปรียบเทียบจำนวนวันสำรองน้ำมัน (ประมาณการ)
ภาพประกอบบทความ

IEA ปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ประเทศสมาชิก IEA มีมติเอกฉันท์ปล่อยน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล การกระทำนี้เป็นการปล่อยน้ำมันฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ปริมาณดังกล่าวมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับการปล่อยหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2565

ผู้อำนวยการ IEA ฟาติห์ บีรอล กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้น้ำมันและก๊าซไหลผ่านได้อีกครั้ง

เยอรมนีประกาศจะปล่อยน้ำมันสำรอง 2.64 ล้านตัน (ราว 19.7 ล้านบาร์เรล) ญี่ปุ่นประกาศจะเริ่มปล่อยสำรองในสัปดาห์ถัดไป

บทเรียนสำหรับประเทศที่มีสำรองน้ำมันน้อย

วิกฤตครั้งนี้เผยให้เห็นความเหลื่อมล้ำด้านความมั่นคงพลังงานอย่างชัดเจน ประเทศที่มีสำรองน้ำมันมาก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มยุโรปตะวันตก สามารถรับมือกับการหยุดชะงักได้นานกว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายแห่งมีสำรองไม่ถึง 1 เดือน

ลาว กัมพูชา และเมียนมา ไม่มีหรือมีกำลังกลั่นน้ำมันอย่างจำกัด ประเทศเหล่านี้ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ส่งออกจากไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ เมื่อไทยระงับการส่งออกน้ำมัน (ยกเว้นลาวและเมียนมา) ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับไทย ตัวเลข 61-98 วันอยู่ในระดับที่ไม่ได้วิกฤตเฉียบพลัน แต่ยังห่างจากมาตรฐาน 90 วันของ IEA ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกถือครองไว้ นักวิชาการเสนอว่าไทยต้องขยายขีดความสามารถในการสำรองน้ำมันดิบ และกระจายแหล่งที่มาผ่านสัญญาจัดซื้อระยะยาวกับแหล่งน้ำมันในซีกโลกตะวันตก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button