ข่าวการเมือง

“โสภณ” ลั่นไม่ใช่คนหิวแสง แจงตลกคนเสนอ ตัดงบอาหารกลางวัน สส.

โสภณ ซารัมย์ ลั่นไม่ใช่คนหิวแสง แจงตลกคนเสนอ ตัดงบอาหารกลางวัน สส. มองไม่ถูกกาลเทศะ ย้ำยุคนี้ข้าวยากหมากแพง

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์สืบเนื่องจากที่มีรายงานว่าตนตลกและอมยิ้มเรื่องตัดงบประมาณอาหารกลางวัน สส. โดยชี้แจงเพิ่มเติมว่า

ไม่ได้ตลกในเรื่องเสนอให้ตัดงบอาหารกลางวัน สส. แต่ตลกคนที่อภิปราย เพราะใช้เวลาไม่ถูกกาลเทศะ ตนเองทำงานเอาผลไม่ใช่เอาภาพ แต่ในสังคมเมื่อมีเรื่องเอาแต่ภาพมีข้อมูลจริงบ้างไม่จริงบ้างเอาไปลงเพื่อให้สะใจ ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก สังคมขาดความรัก การพูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม มันไม่เกิดประโยชน์ เพราะเรื่องนี้มีการพูดกันมานานแล้ว สมัยที่แล้วหลายพรรคก็พูด แต่ไม่ได้รับการแก้ไข

เมื่อตนมาทำงานก็ตระหนักเรื่องนี้ ที่ตลกคือมองว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ และยังใช้เวลาที่ไม่เหมาะสม ตนจึงพูดอธิบายต่อไปว่า สุดแล้วแต่สมาชิก ถ้าสมาชิกเอาอย่างไรตนก็เอาอย่างนั้น วันนี้ไม่ใช่มาแก้ข่าวแต่มาขยายความตามข้อเท็จจริง เพราะประชาชนอาจจะมองไม่เห็น 2 มุมในเรื่องนี้ คือ 1.สภามีสวัสดิการให้สมาชิกหรือไม่ ถ้ามีเหมาะสมหรือไม่ 2.ไม่มีสวัสดิการเมื่ออาสาเข้ามาแล้ว ก็ไม่ต้องเอาสวัสดิการ ดังนั้นจึงต้องชั่งน้ำหนักว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ในยุคสมัยของตนต้องได้รับการแก้ไข ด้วยเหตุด้วยผลและความเหมาะสม

โดยเมื่อวานนี้ ตนยังพูดอีกว่า สิ่งไหนที่ประชาชนไม่ชอบ ประชาชนเบื่อ ก็อย่าทำ ถ้าอย่างนั้นเราจะสร้างศรัทธาไม่ได้ และตนก็ขยายความต่อไปอีกว่าการทำงานต้องสามัคคี ตนทั้ง 3 คน จะทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี เพียงแต่ตนไม่ได้พูดว่าประเทศไทยในยุคนี้ไม่มีฮีโรไหนจะเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศได้ นอกจากความร่วมมือของคนในชาติ ฉะนั้นตนพูดชัดเจนว่าต้องการจะสื่อความหมายถึงประชาชนว่า เรื่องใดที่เป็นอุปสรรค เรื่องใดที่ทำให้สภาไม่สง่างาม ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข อย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาประเทศไม่ใช่วาทะกรรม แต่อยู่ที่การกระทำ

“ขอใช้เวลาหน่อยเพราะเพิ่งทำงาน ผมจะไม่ใช่คนทำงานหิวแสง ไมค์จ่อปากไม่ได้เพ้อไปเรื่อย ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเข้ามาทำงาน ก็ต้องอธิบาย และใช้เวทีของสื่ออธิบายให้ประชาชนรู้ว่าเราจะทำอะไร อย่างไร เพื่อความเข้าใจ ถ้าประชาชนขาดศรัทธาตั้งแต่แรก ก็ยากที่เขาจะให้ความร่วมมือ เพราะตอนนี้คนก็เข้าใจผิดว่า โสภณ ล้านปี ไม่ยอมแก้ไข ซึ่ง 100 ปี ก็แก้ไขได้ เรื่องจริงตอนสภาอู่ทองเขาก็เลี้ยงอย่างนี้ แต่ไม่ใช่ว่าสภาอู่ทองเลี้ยงแล้ววันนี้จะเลิกไม่ได้ ถ้าเป็นสถานการณ์ที่เหมาะสม แต่ต้องขอเวลา ดรามาคำว่าตลกพอแล้ว ไม่ต้องมาถามผมอีก แล้วต่อไปประเด็นเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ต้องมาถามผมอีก เพราะผมบอกแล้วว่าสิ่งไหนที่เกิดประโยชน์ก็จะทำ ไม่ติด” นายโสภณ กล่าว

โครงการอาหารกลางวันไม่ใช่นโยบายของประธาน เป็นงบประมาณที่ฝ่ายเลขาจัดเป็นสวัสดิการ ซึ่งเป็นการของบประมาณ ไว้ที่การจัดทำงบประมาณประจำปี ถ้าไม่อยากมีก็ตัดงบนี้ออก ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการพิจารณา เพราะเป็นการทำงานตามอำนาจหน้าที่ ถ้าเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายเลขาเสนอ อำนาจไหนที่ตนตัดสินใจได้ตนก็จะตัดสินใจ แต่อย่าลืมว่าการทำงานร่วมกันต้องฟังความเห็นของคนทำงานร่วมกันผู้ปฏิบัติด้วย เพราะฉะนั้นต้องอยู่ด้วยความสมเหตุสมผล

ดังนั้นเรื่องสวัสดิการ ยุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพง บ่ายนี้ตนก็ประชุมมาตรการการประหยัดพลังงาน ซึ่งในยุคนี้ก็ควรจะเตรียมการ สวัสดิการไหนควรลด สวัสดิการไหนที่ยังคงอยู่ก็แก้ไข ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์แบบไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ความตั้งใจของคนทำงาน

“ประเด็นแบบนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมือง แล้วทำให้บางคนเบื่อการเมือง และทำให้คนที่ตั้งใจทำการเมืองหมดกำลังใจ ไม่อยากเข้ามา นิ้วไหนมันไม่ดีก็ตัดทิ้งก็แค่นั้น ไม่ใช่ฆ่าหนูก็เผาบ้านตัวเอง ก็ทำแค่จับหนู” นายโสภณ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button