ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก ‘อติรุจ’ 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ในความผิดฐาน ม.112 กรณีตะโกนใส่ขบวนเสด็จ

ผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ชี้พฤติการณ์ขัดขวางตำรวจชัดเจน ไม่อนุญาตให้รอลงอาญา ล่าสุดจำเลยวางหลักทรัพย์ 4.5 แสนบาท ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อสู้คดีต่อในชั้นศาลสูงสุด
วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีของ อติรุจ (สงวนนามสกุล) โปรแกรมเมอร์อายุ 29 ปี อัยการฟ้องอติรุจในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามมาตรา 138 วรรคสอง
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาเวลา 16.14 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งอนุญาตให้อติรุจประกันตัวในชั้นฎีกา ศาลกำหนดให้วางหลักทรัพย์รวม 450,000 บาท อติรุจวางเงินเพิ่มจากชั้นอุทธรณ์อีก 150,000 บาท โดยศาลไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวอติรุจให้เดินทางกลับบ้านพร้อมครอบครัว
ย้อนเหตุการณ์คดีตะโกนใส่ขบวนเสด็จ
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2565 เวลาประมาณ 18.00 น. ขณะรถขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 และพระราชินี เคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อติรุจตะโกนใส่ขบวนรถว่า ไปไหนก็เป็นภาระ
เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารบริเวณนั้นเข้าควบคุมตัวอติรุจไปยังห้องพักภายในศูนย์ประชุมฯ จากนั้นตำรวจ สน.ลุมพินี รับตัวไปแจ้งข้อหาตามมาตรา 112 และข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงาน ตำรวจระบุว่าอติรุจใช้เท้าถีบตำรวจขณะจับกุมจนได้รับบาดเจ็บ
อัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 อติรุจรับสารภาพข้อหามาตรา 112 แต่ปฏิเสธข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงาน อติรุจอ้างว่าเจ้าหน้าที่ใส่ชุดนอกเครื่องแบบและไม่แสดงบัตร จึงไม่ทราบว่าเป็นตำรวจ
วันที่ 12 ธันวาคม 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าอติรุจมีความผิด ศาลลงโทษจำคุกข้อหามาตรา 112 จำนวน 1 ปี 6 เดือน (ลดโทษแล้ว) และจำคุกข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงาน 2 เดือน รวมโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา อติรุจจึงยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้องข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานและขอให้รอการลงโทษ
เหตุผลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก
การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ มีประชาชนและตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมมาร่วมรับฟังประมาณ 17 คน ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสรุปคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในประเด็นสำคัญ ดังนี้
- ประเด็นขัดขวางเจ้าพนักงาน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า วันเกิดเหตุอติรุจทราบดีว่าบุคคลที่เข้าควบคุมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ติดบัตรประจำตัวและเข้ามาพูดคุยสั่งให้อติรุจนั่งลง แต่อติรุจขัดขืนและใช้เท้าถีบเพื่อพยายามหลบหนีจนตำรวจบาดเจ็บ คำอ้างของจำเลยที่ว่าไม่ทราบว่าเป็นตำรวจจึงเป็นคำกล่าวอ้างลอยๆ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดจริง
- ประเด็นขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิจารณาจากภาพบันทึกเหตุการณ์พบว่า อติรุจมีท่าทีต่างจากประชาชนทั่วไป ไม่ยอมนั่งลง ไม่ทำความเคารพ ถอดหน้ากากอนามัย และตะโกนใส่ขบวนรถ ศาลมองว่าอติรุจจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ย่อมรู้ผิดชอบชั่วดี ศาลชั้นต้นลงโทษในอัตราต่ำสุดตามกฎหมายแล้ว จึงไม่มีเหตุให้ลดโทษหรือรอลงอาญา
หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ศาลสวมกุญแจมืออติรุจและนำตัวไปคุมขังที่ห้องขังใต้ถุนศาล เพื่อรอคำสั่งประกันตัวชั้นฎีกา ก่อนที่ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในช่วงเย็นของวันเดียวกัน
ที่มา: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:


