การเงินเศรษฐกิจ

เปิดสถิติ ผู้หญิงอิหร่าน ทำอาชีพอะไรได้บ้าง ในสังคมรัฐศาสนา

ข้อมูลสถิติระบุว่าผู้หญิงอิหร่านมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานอย่างเป็นทางการค่อนข้างน้อย มีอัตราการเข้าสู่กำลังแรงงาน ประมาณ 13.4% – 16% ในช่วงปี 2024-2025 ซึ่งกลุ่มอาชีพที่ผู้หญิงอิหร่านทำส่วนใหญ่แบ่งได้เป็น

1. ภาคบริการ 60% ของแรงงานหญิง

เป็นภาคส่วนที่ผู้หญิงทำงานมากที่สุด โดยเน้นหนักในด้าน การศึกษาและสาธารณสุข กว่า 33% ของแรงงานหญิงทำงานในกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น ครู (ผู้หญิงมีสัดส่วนเป็นครูเกินครึ่งของประเทศ) พยาบาล และแพทย์

รองลงมา อาชีพช่างแต่งหน้า เสริมสวย และสไตลิสต์ เป็นหนึ่งในอาชีพที่ทำรายได้สูงและเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้หญิง

2. ภาคอุตสาหกรรม ประมาณ 20% ของแรงงานหญิงในเขตเมือง

งานฝีมือ ผู้หญิงเป็นแรงงานหลักถึง 90% ในอุตสาหกรรมการทอพรมเปอร์เซีย, อุตสาหกรรมเบา เช่น สิ่งทอและการแปรรูปอาหาร และภาคเกษตรกรรม ในพื้นที่ชนบท ผู้หญิงครองสัดส่วน 90% ของการปลูกผัก, 60% ของการผลิตข้าว และ 50% ของการผลิตพืชน้ำมัน

ที่น่าสนใจคือ ผู้หญิงที่ทำงานในอิหร่านถึง 48% มีวุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ในขณะที่ผู้ชายมีเพียง 23% แต่กลับเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงตำแหน่งงานที่ตรงกับวุฒิ

ในตำแหน่งบริหาร สถิติจากหน่วยงานรัฐระบุว่ามีการเติบโตของตำแหน่งผู้บริหารหญิงเพิ่มขึ้น ผู้หญิงครองตำแหน่งระดับบริหารและจัดการประมาณ 16.6%

(AP Photo/Alessandra Tarantino)

ส่วนงานนอกระบบ ผู้หญิงจำนวนมากทำงานเป็นแรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างในฟาร์มครอบครัว หรือทำงานฝีมือที่บ้านซึ่งไม่ได้ถูกนับรวมในสถิติแรงงานอย่างเป็นทางการ

ความเหลื่อมล้ำของค่าจ้าง แม้กฎหมายจะระบุให้ค่าจ้างเท่าเทียม แต่ในทางปฏิบัติ ผู้หญิงในภาคอุตสาหกรรมมักได้รับค่าจ้าง ต่ำกว่าผู้ชายประมาณ 35%

โดยสาเหตุหลักของอุปสรรคการทำงานของผู้หญิงอิหร่าน คือรูปแบบการปกครองแบบรัฐศาสนา ที่ออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิสตรีหายอย่าง ตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 1117 สามีมีสิทธิ์สั่งห้ามภรรยาทำงาน หากพิจารณาว่างานนั้นขัดต่อผลประโยชน์ของครอบครัว หรือเกียรติยศของสามีหรือภรรยา

(AP Photo/Vahid Salemi)

กฎหมายแรงงานมาตรา 75 สั่งห้ามไม่ให้จ้างแรงงานหญิงในงานที่ เป็นอันตราย ตรากตรำ หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น งานเหมืองแร่หรืองานที่ต้องแบกน้ำหนักเกินพิกัด

ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจำเป็นต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสามีในการทำหนังสือเดินทางและเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงาน

อย่างไรก็ตามก็มีสวัสดิการที่เหมาะสมเพื่อดูแลผู้หญิงโดยเฉพาะ กฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงลาคลอดได้ 9 เดือน โดยได้รับค่าจ้าง (รัฐจ่ายส่วนใหญ่ผ่านระบบประกันสังคม) และมีสิทธิ์ลาเพื่อให้นมบุตรได้ทุกวัน

มีกฎหมายลดชั่วโมงการทำงานสำหรับผู้หญิงที่มีเงื่อนไขพิเศษ (เช่น มีลูกอายุน้อยกว่า 7 ปี หรือมีสมาชิกครอบครัวพิการ) จาก 44 ชั่วโมง เหลือ 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยยังได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน

ซึ่งก็ส่งผลเสียในด้านอัตราการว่างงาน ผู้หญิงที่มีการศึกษาสูงถูกจ้างน้อยกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ เพราะนายจ้างมักเลือกจ้างผู้ชายก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงภาระสวัสดิการลาคลอด

(Amirhossein Khorgooei/ISNA via AP)

อ้างอิงจาก: mei.edu, financialtribune ,voxdev.org

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button