สส.ไอซ์ จี้ กกต. บัตรเลือกตั้งสีเขียว-ชมพู เลือกตั้งซ่อม เสี่ยงความลับแตกจาก คิวอาร์โค้ด

ทีมสังเกตการณ์เลือกตั้งซ่อมคันนายาว เขต 15 ถอดรหัสลับบนบัตรเลือกตั้ง พบ บัตรเลือกตั้งสีเขียว มีคิวอาร์โค้ด ระบุเลขเล่ม ส่วนบัตรสีชมพูมี บาร์โค้ด รันเลขลำดับ จ่อเอาผิด กกต. หวั่นรู้ตัวคนลงคะแนน
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 69 นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ สส.ไอซ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกมาชี้แจงด่วน โดย สส.ไอซ์ ได้แชร์โพสต์ของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Chaiyapon Chawanwanitchai ซึ่งเปิดเผยกระบวนการสังเกตการณ์การเลือกตั้งซ่อมและการนับคะแนนอย่างละเอียด
ผู้โพสต์ระบุว่า เขาและ ดร.เรือบิน ตั้งทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบการเลือกตั้งซ่อมที่เขตคันนายาว เขต 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ทีมงานจ้างช่างภาพและทีมวิดีโอหลายชุดไปบันทึกภาพหน้าหน่วยเลือกตั้งตั้งแต่เช้า พวกเขาถ่ายภาพประชาชนผู้มาใช้สิทธิตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายคนที่ 308 จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 716 คน
ดร.เรือบิน ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมคุมพื้นที่หน้างานตั้งแต่เปิดคูหาจนถึงขั้นตอนการนับคะแนนเสร็จสิ้น ทีมงานถ่ายภาพใบคะแนนทุกใบเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในระหว่างนั้น ผู้โพสต์ได้เขียนโปรแกรมเพื่อถอดรหัส คิวอาร์โค้ด และ บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งสีเขียวและสีชมพู
ผู้โพสต์เปิดเผยความลับของ บัตรเลือกตั้งสีเขียว ซึ่งเป็นบัตรสำหรับเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต บัตรชนิดนี้มีเพียง คิวอาร์โค้ด เมื่อทีมงานประมวลผลบัตรครบทั้ง 308 ใบ พวกเขาพบว่ารหัสที่ถอดได้คือเลขผสมตัวอักษรภาษาอังกฤษ 5 หลัก เช่น X6WR4, ZE883, NIXSY รหัสเหล่านี้คือเลขประจำเล่ม (Lot number) บัตรหนึ่งเล่มมี 20 ใบ แปลว่ารหัส คิวอาร์โค้ด จะซ้ำกัน 20 ใบ ในวันนั้นหน่วยเลือกตั้งใช้บัตรไป 16 เล่ม เล่มสุดท้ายคือรหัส 3SZ5N ซึ่งมีคนใช้ไปจำนวน 8 ใบ

ประเด็นที่น่าจับตามากกว่าอยู่ที่บัตรเลือกตั้งสีชมพู บัตรใบนี้มี บาร์โค้ด ที่สามารถถอดรหัสออกมาเป็นตัวอักษร A ตามด้วยตัวเลข 8 หลัก เช่น A38561721 ผู้โพสต์ตั้งข้อสังเกตเชิงวิเคราะห์ว่า ตัวเลขเหล่านี้อาจจะรันตามลำดับกันไปเรื่อยๆ (Unique running number) แม้บัตรจะถูกตัดต้นขั้วออกไปแล้วก็ตาม
เมื่อทีมงานนำชุดตัวเลขที่อาจจะเรียงตามลำดับนี้ ไปเทียบกับวิดีโอที่บันทึกลำดับการเดินเข้าคูหาของประชาชนทั้ง 308 คน ข้อมูลนี้อาจจะทำให้วิเคราะห์ได้ว่าประชาชนแต่ละคนลงคะแนนเลือกพรรคใด โดยไม่ต้องพึ่งพาต้นขั้วบัตรเลือกตั้งหรือบัญชีรายชื่อเลย
ในขั้นตอนต่อไป ดร.เรือบิน และทีมกฎหมายจะรวบรวมหลักฐานและทำสำนวนเพื่อยื่นฟ้องศาลที่เกี่ยวข้องต่อไป พวกเขาหวังว่าการทำงานในฐานะประชาชนผู้ตื่นรู้ (Active citizen) ครั้งนี้ อาจจะมีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งของประเทศให้โปร่งใสและดีขึ้นกว่าเดิม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





