ถือศีลอดรอมฎอน ดีต่อสุขภาพจริงไหม? เปิดงานวิจัยระดับโลกที่คนถือศีลต้องรู้

หลักฐานทางการแพทย์พบว่าการถือศีลอดช่วยลดน้ำหนักและไขมันในเลือดได้จริง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการเลือกกินอาหารหลังละศีลอดและการพักผ่อน พร้อมข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยโรคประจำตัว
การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนคือการงดอาหารและน้ำตั้งแต่เช้ามืดจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน หากมองในมุมวิทยาศาสตร์ สิ่งนี้มีความคล้ายคลึงกับการจำกัดช่วงเวลากินอาหาร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ IF (Intermittent Fasting) งานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากพยายามหาคำตอบว่าการปฏิบัติเช่นนี้ส่งผลดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ผลลัพธ์ที่ได้พบว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน แต่ก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับทุกคน
ผลดีของการถือศีลอดรอมฎอน ที่งานวิจัยยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง
จากการรวบรวมข้อมูลและบทวิเคราะห์ทางการแพทย์พบว่า ในกลุ่มคนที่มีสุขภาพดี การถือศีลอดส่งผลบวกต่อร่างกายดังนี้
1. น้ำหนักและรอบเอวลดลง
หลายคนพบว่าน้ำหนักตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงหนึ่งเดือนนี้ แต่อาจกลับมาเท่าเดิมได้หากกลับไปกินตามปกติหลังจบรอมฎอน
2. ระบบเผาผลาญดีขึ้น
ตัวเลขสุขภาพอย่างไขมันในเลือด ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในช่วงอดอาหารมีแนวโน้มลดลง
3. ลดการอักเสบ
ในกลุ่มคนที่มีน้ำหนักเกิน พบว่าตัวชี้วัดการอักเสบในร่างกายบางชนิดดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราไม่กินหนักจนเกินไปหลังละศีลอด หากเราชดเชยการอดมาทั้งวันด้วยบุฟเฟต์หรืออาหารรสจัดในมื้อค่ำ ร่างกายอาจไม่ได้รับประโยชน์ตามที่หวังไว้

เรื่องที่ต้องระวังในการถือศีลอดรอมฎอนเพื่อไม่ให้เสียสุขภาพ
แม้จะมีข้อดีแต่การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและนอนอย่างกะทันหันก็ส่งผลกระทบได้เช่นกัน
1. ภาวะขาดน้ำ
- การงดน้ำเป็นเวลานานในวันที่อากาศร้อนอาจทำให้ปวดหัวหรืออ่อนเพลียได้
2. การนอนที่เปลี่ยนไป
- หลายคนนอนดึกขึ้นและตื่นเช้ามืดมาทานมื้อซูโฮร์ ทำให้นเวลานอนรวมลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อสมาธิและอารมณ์ในระหว่างวัน
3. กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง
- ผู้ป่วยเบาหวานและโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลต่ำหรืออาการขาดน้ำรุนแรงจนเป็นอันตราย

วิธีถือศีลอดให้ได้ประโยชน์สูงสุด
เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์และลดความเสี่ยง หน่วยงานด้านสุขภาพแนะนำให้โฟกัสที่ 4 เรื่องหลักคือ เน้นดื่มน้ำบ่อย ๆ ในช่วงที่กินได้ และเลี่ยงเครื่องดื่มหวานจัดหรือกาแฟที่ทำให้ปัสสาวะบ่อย
ส่วนมื้อก่อนรุ่งสาง (ซูโฮร์) ต้องเน้นอิ่มนาน เลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนร่วมกับโปรตีนและใยอาหารเพื่อให้ร่างกายมีพลังงานต่อเนื่อง
สำหรับมื้อละศีลอด (อิฟตาร์) เริ่มอย่างพอดี เริ่มต้นด้วยน้ำหรือผลไม้อย่างอินทผลัมก่อน แล้วค่อยกินมื้อหลักที่เลี่ยงของทอดและไขมันสูง
ท้ายที่สุด คนที่มีโรคประจำตัวควรคุยกับหมอเพื่อปรับเวลากินยาและรู้วิธีสังเกตอาการผิดปกติ
สรุปได้ว่าการถือศีลอดรอมฎอนช่วยให้ตัวชี้วัดสุขภาพดีขึ้นได้จริงในภาพรวม แต่อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญคือการคุมคุณภาพอาหารและการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรงไปพร้อมกันตลอดทั้งเดือน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- จุฬาราชมนตรี ประกาศ วันที่ 1 รอมฎอน 2569
- “อนุทิน” อวยพรพี่น้องชาวมุสลิม ต้อนรับเดือนรอมฎอน ประจำปี ฮ.ศ. 1447
- อดอาหาร 36 ชั่วโมง เผยผลลัพธ์สุดทึ่ง ร่างกายเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
อ้างอิงจาก : International Diabetes Federation, Nutrition, National Library of Medicine
ติดตาม The Thaiger บน Google News:




