คดีวิปริต “ยามิไซต์” ฆาตกรโหด ใช้ค้อนทุบเหยื่อกว่า 40 ครั้ง สะเทือนขวัญญี่ปุ่น

จากกระทู้หางานสีเทาบนมือถือสู่โศกนาฏกรรม “ยามิไซต์” (闇サイト) เจาะลึกคืนสังหารโหด คำรับสารภาพเรื่อง ค้อน และรหัสลับ 2960 ที่แลกมาด้วยชีวิต
ในค่ำคืนที่เงียบสงบของวันที่ 24 สิงหาคม ปี 2007 ย่านชิคุสะในเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่สั่นสะเทือนสังคมญี่ปุ่นไปตลอดกาล เมื่อ ริเอะ อิโซไก (Rie Isogai) หญิงสาววัย 31 ปี ถูกกระชากตัวหายไปในความมืดระหว่างทางเดินกลับบ้านที่แสนคุ้นเคย
นี่ไม่ใช่การลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่โดยแก๊งอาชญากรอาชีพ แต่เป็นผลงานของ “คนแปลกหน้า” 3 คน ที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงไม่กี่วันผ่านโลกออนไลน์
จุดเริ่มต้นจาก หลุมดำ บนหน้าจอมือถือ
ก่อนเกิดเหตุไม่นาน สึคาสะ คันดะ, โยชิโทโมะ โฮริ และ เคนจิ คาวากิชิ (ผู้ใช้นามแฝง “ยามาชิตะ”) คือชายสามคนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงพวกเขาคือบอร์ดสนทนาใต้ดินที่ชื่อว่า “Yami no Shokugyo Anteijo” (闇の職業安定所) หรือเปรียบได้กับ สำนักงานจัดหางานเถื่อน
ในพื้นที่สีเทาแห่งนี้ พวกเขานัดแนะกันด้วยจุดประสงค์เริ่มแรกคือ หาเงินด่วนด้วยวิธีผิดกฎหมาย แผนการถูกยกระดับจากการปล้นทรัพย์ธรรมดา ไปสู่การล่าเหยื่อ ที่เป็นใครก็ได้ที่เดินผ่านเข้ามาในรัศมีทำการ และเคราะห์ร้ายนั้นตกไปอยู่ที่ ริเอะ อิโซไก
รหัสลับ 2960 และความตายที่มิอาจเลี่ยง
หลังจากลักพาตัวเหยื่อขึ้นรถ กลุ่มคนร้ายพยายามรีดทรัพย์สินและบังคับขอรหัสบัตร ATM รายงานจากสื่อญี่ปุ่นและบันทึกคดีระบุถึงความเด็ดเดี่ยวของเหยื่อในวาระสุดท้าย เธอให้รหัส 2960 ซึ่งภายหลังถูกเปิดเผยว่าเป็นรหัสปลอม หรือรหัสที่มีนัยสำคัญบางอย่างที่ทำให้คนร้ายกดเงินไม่ได้ทันที เพื่อประวิงเวลาหรือปกป้องทรัพย์สินของครอบครัว
แต่เมื่อความโลภแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ และความกลัวว่าจะถูกจับกุมเข้ามาแทนที่ กลุ่มคนร้ายจึงตัดสินใจ “กำจัดพยาน” ทิ้งศพในพื้นที่ป่าเขา เมืองมิซุนามิ จังหวัดกิฟุ
สิ่งที่ทำให้คดีนี้กลายเป็นที่กล่าวขวัญด้วยความหวาดผวา คือรายละเอียดในชั้นสืบสวนและคำพิพากษา พฤติการณ์การสังหารเต็มไปด้วยความทารุณผิดมนุษย์
ในเอกสารคดีและรายงานข่าวเชิงลึก มีการระบุถึงอาวุธสังหารหลักคือ “ค้อนเหล็ก” (金槌) โดยหนึ่งในประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจที่สุดคือคำให้การที่ระบุถึงจำนวนครั้งของการลงมือ บางรายงานระบุตัวเลขที่น่าตกตะลึงว่า คนร้ายใช้ค้อนกระหน่ำตีไปที่ศีรษะของเหยื่อถึงราว 40 ครั้ง ควบคู่ไปกับการใช้เทปกาวพันใบหน้าอย่างแน่นหนา เพื่อให้แน่ใจว่าเหยื่อจะไม่มีทางรอดชีวิต
จาก คำสารภาพ สู่ แดนประหาร
คดีนี้อาจกลายเป็นปริศนาหากไม่ใช่เพราะ เคนจิ คาวากิชิ หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ ตัดสินใจเข้ามอบตัวและให้การรับสารภาพ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมทีมที่เหลือ
กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปท่ามกลางกระแสสังคมที่เดือดดาล ฟูมิโกะ อิโซไก แม่ของเหยื่อ เดินหน้าล่ารายชื่อเรียกร้องโทษประหารชีวิตให้แก่ฆาตกรทั้งสาม ซึ่งรวบรวมได้จำนวนมหาศาลในเวลาอันสั้น สะท้อนถึงความโกรธแค้นของประชาชน
18 มีนาคม 2009 (ศาลชั้นต้น) พิพากษาประหารชีวิตจำเลย 2 คน และจำคุกตลอดชีวิต 1 คน (คาวากิชิ ที่เข้ามอบตัว)
แม้จะมีการยื่นอุทธรณ์ แต่ท้ายที่สุด สึคาสะ คันดะ หัวโจกของกลุ่ม ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2015 ส่วนอีกรายที่เคยโดนโทษประหารในชั้นต้น ภายหลังศาลลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
คดี Nagoya Dark Web Murder Case หรือ คดีนาโกย่า ยามิไซต์ ไม่ได้จบลงแค่การลงโทษผู้กระทำผิด แต่มันได้กระชากหน้ากากสังคมออนไลน์ ให้คนญี่ปุ่นตระหนักว่า “บอร์ดมืด” หรือการนัดแนะทำผิดกฎหมายผ่านมือถือ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันคือภัยคุกคามที่สามารถดึงคนแปลกหน้ามารวมตัวกันเพื่อสร้างโศกนาฏกรรมที่รุนแรงที่สุดได้ ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน.
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- วาเลนไทน์เลือด ผัวเก่าบุกยิง “สาวลี้ภัยยูเครน” ดับสลดคาเตียงพร้อมแฟนใหม่
- ปริศนาคดีโหด วาเลนไทน์สีเลือด 1929 สังหารหมู่ 7 ศพ กลางชิคาโก ยังหาตัวคนลั่นไกไม่ได้
- ช็อกเยอรมนี หมอฆ่าคนไข้ 15 ศพ ฉีดยาให้ตาย เผาอำพราง ตร.หวั่นเหยื่อเพิ่ม
ข้อมูลอ้างอิงจาก : Nikei, The times, Wikipedia 1, Bunshun
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



