ข่าวการเมือง

“พิพัฒน์” ปลื้ม ทูตไทยในสหรัฐฯ หนุนสร้างดิสนีย์แลนด์ในไทย

พิพัฒน์ ปลื้ม ทูตไทยในสหรัฐฯ หนุนสร้างดิสนีย์แลนด์ในไทย คาดเพิ่มการจ้างงานแสนตำแหน่ง และสร้างรายได้มากกว่า 1.5 แสนล้าน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลพื้นที่ EEC ให้สัมภาษณ์หลังจากที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงการที่ไทยวางตัวเป็นชาติแรกที่จะสร้าง Disneyland ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิด “Disneyland Thailand” ไม่ได้อยู่แค่ในวงสนทนาทางการตลาด แต่ถูกหยิบยกขึ้นสู่ระดับกาารทูตเศรษฐกิจ และมองว่าจุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่ที่ขนาดตลาดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสนามบิน รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ และโครงข่ายถนน ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลได้ทันที หากโครงการระดับโลกตัดสินใจลงทุน

“โมเดลที่เราวางไว้จะมีความแตกต่างจากภาพจำของสวนสนุกทั่วไป คือ การออกแบบให้เป็น Entertainment & Lifestyle Hub ขนาดใหญ่ ที่รวมสวนสนุก คอนเสิร์ตฮอลล์ และสนามกีฬามาตรฐานสากล ความจุกว่า 80,000 ที่นั่ง รองรับอีเวนต์ระดับโลกได้ตลอดปี เป้าหมายไม่ใช่เพียงดึงคนมาเที่ยวเครื่องเล่น แต่ดึง “อีเวนต์” มาสร้างการเดินทางซ้ำ ทั้งคอนเสิร์ต ศิลปินระดับโลก และการแข่งขันกีฬานานาชาติ ซึ่งแนวคิดนี้สอดรับกับเทรนด์เมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ ที่ใช้กีฬา ดนตรี ความบันเทิง เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ทำให้รายได้กระจายออกนอกพื้นที่โครงการ ไปยังโรงแรม การคมนาคม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยวต่อเนื่อง มากกว่าการพึ่งรายได้จากสวนสนุกเพียงอย่างเดียว” ​นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนข้อกังวลเรื่องธุรกิจสีเทานั้น นายพิพัฒน์ ย้ำชัดว่า โครงการนี้ “ไม่มีเทา ไม่มีกาสิโน” เพราะถูกวางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและอีเวนต์อย่างแท้จริง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ไทยในฐานะศูนย์กลาง Music & Sport Tourism ของภูมิภาค ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง โครงการคาดว่าจะสร้างการจ้างงานกว่า 100,000 ตำแหน่ง เพิ่มนักท่องเที่ยวปีละราว 10 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 150,000 ล้านบาท และอาจช่วยหนุน GDP ไทยเติบโตได้ราว 1% ต่อปี

นายพิพัฒน์ ประเมินว่า การที่สถานทูตไทยในสหรัฐฯ ออกมาสื่อสารแนวคิดนี้ ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเชิงนโยบายระหว่างประเทศว่าไทยกำลัง “เปิดดีล” ระดับโลกอย่างจริงจัง และหากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง EEC อาจไม่ได้เป็นเพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นแลนด์มาร์กความบันเทิงระดับโลกของเอเชียในอนาคต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button