
ชุดสูทประกันสังคม อาจารย์ปวินชี้ 35 ล้าน ไม่แพง แต่ไม่คุ้มค่า เอาไปใช้ประโยชน์ให้ผู้ประกันตนได้เยอะ ซัด ยูนิฟอร์มดัดจริต ประเทศไทยเมืองร้อน
น.ส.นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีประกันสังคม เงินตัดสูทให้เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ใช้งบ 35 ล้าน ชี้แจงว่า ต้องการให้เป็นยูนิฟอร์ม เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ ส่วนงบประมาณที่ใช้นั้นเนื่องจาก สปส. ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ในการบริหารงานได้รับเฉพาะเงินเดือนข้าราชการ เงินก้อนดังกล่าวเป็นเงินสมทบจากรัฐบาล นายจ้าง รวมถึงเงินของผู้ประกันตน
รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การแต่งกายด้วยชุดยูนิฟอร์มของเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม เป็นการแสดงถึงตัวตน อัตลักษณ์ ของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็สามารถให้ความรู้กับผู้ประกันตนได้ และยืนยันว่าเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่ดำเนินการอย่างถูกต้อง
ส่วนเก็บเงินสมทบผู้ประกันตนเพิ่มเป็น 875 บาท ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ค่าทำศพ, ค่าทำฟัน, ค่าคลอด ไม่ว่าจะรายได้เท่าไหร่ ค่าจ้างเท่าไหร่ ทุกคนได้เหมือนกัน พร้อมชี้แจงว่า ประกันสังคมไม่ได้ปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดมา 30 ปีแล้ว การปรับครั้งนี้เพื่อสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม
ขณะที่ อาจารย์ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธุ์ ศาสตราจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นชุดสูทว่า “ไอ้โครงการจัดซื้อชุดสูทจำนวน 7,000 ชุด วงเงินรวมประมาณ 35 ล้านบาทเนี่ย คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยราว 5,000 บาทต่อชุด แต่หากพิจารณาเฉพาะในเชิงตัวเลขนะคะ ต้นทุนระดับนี้ไม่ได้สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับราคาชุดสูทในตลาดทั่วไป
ชุดสูทระดับเริ่มต้นในท้องตลาดไทยมักมีราคาอยู่ราว 4,000–6,000 บาทค่ะ หากเป็นชุดตัดตามตัวคุณภาพมาตรฐาน ราคามักเริ่มต้นที่ประมาณ 7,000–10,000 บาทขึ้นไป ดังนั้นในแง่ “ราคาต่อหน่วย” การจัดซื้อของประกันสังคมไม่ได้อยู่ในระดับแพงเกินจริง และยังต่ำกว่าราคาชุดตัดตามตัวทั่วไปด้วยซ้ำค่ะ
แต่การวิเคราะห์เชิงตัวเลขไม่ควรมองแค่ราคาต่อชุด แต่เราต้องพิจารณาขนาดของงบรวมด้วย แม้ราคาชุดละ 5,000 บาทจะดูไม่สูง แต่เมื่อนำมาคูณกับจำนวน 7,000 คน ทำให้ยอดรวมพุ่งไปถึง 35 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงในสายตาสาธารณชนค่ะ โดยเฉพาะเมื่อหน่วยงานดังกล่าวบริหารเงินที่มาจากเงินสมทบของผู้ประกันตน ความรู้สึกของสังคมจึงไม่ได้โฟกัสว่า “ชุดแพงหรือไม่” แต่โฟกัสว่า “เงินก้อนนี้ควรถูกใช้กับเรื่องนี้หรือไม่” มากกว่า
ในเชิงความคุ้มค่า หากนำเงิน 35 ล้านบาทไปเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพบริการ ลดเวลารอคอยของผู้ประกันตน หรือพัฒนาระบบดิจิทัล งบจำนวนเดียวกันอาจสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้กับประชาชนวงกว้างมากกว่าค่ะ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เสียงวิจารณ์จำนวนมากไม่ได้โจมตีตัวเลข 5,000 บาทต่อชุดโดยตรง แต่ตั้งคำถามถึง ลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณค่ะ
สรุปในเชิงตัวเลข โครงการนี้ไม่แพงในระดับต้นทุนต่อหน่วย อยู่ในช่วงราคาตลาดของชุดสูทระดับล่างถึงกลาง แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวม งบ 35 ล้านบาทสำหรับยูนิฟอร์มเจ้าหน้าที่ กลับดู “หนัก” เมื่อเทียบกับบริบทของหน่วยงานและความคาดหวังของผู้ประกันตน
ปัญหาหลักจึงไม่ใช่เรื่องคณิตศาสตร์ค่ะ หากแต่เป็นเรื่องความเหมาะสมและความชอบธรรมในการใช้เงินสาธารณะมากกว่า
แต่เอาจริงๆ นะ เมืองไทยแม่งร้อนฉิบหาย เสือกตัดสูทเป็นขุดยูนิฟอร์ม ดัดจริต”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ประกันสังคม ตอบนายกฯ “ไม่ได้ทำผิดอะไร” “อนุทิน” สั่งแถลงด่วน ยัน ไม่เคยได้รับรายงานปัญห
- ม.33 อ่วม! เงินประกันสังคม มกราคม 69 จ่ายเพิ่ม 875 บาท เสียคุ้มไหม?
- “หมอชวลิต” ซัดประกันสังคม ภูมิใจกำไร 8 หมื่นล้าน แต่สิทธิรักษาแย่กว่าบัตรทอง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





