จำได้ไหม? คดี “คุณปู่วิชา” คนไทยถูกทำร้ายดับที่สหรัฐฯ ล่าสุด ศาลตัดสินวัยรุ่นผิวสี “ไม่ผิดฐานฆาตกรรม”

บทสรุปคดี คุณปู่วิชา รัตนภักดี เหยื่อ Stop AAPI Hate ที่ซานฟรานซิสโก ศาลตัดสินแอนทวน วัตสัน ไม่ผิดฐานฆาตกรรม แต่ผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา เผยคำให้การจำเลยอ้างทำไปเพราะโกรธจัด-สับสน
เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้หยิบยกประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนไทยและชาวเอเชียทั่วโลกกลับมาพูดถึงอีกครั้ง กับบทสรุปทางกฎหมายของคดี “คุณปู่วิชา รัตนภักดี” ชายชราวัย 84 ปี ผู้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในนครซานฟรานซิสโกเมื่อ 5 ปีก่อน เหตุการณ์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่คดีทำร้ายร่างกาย แต่คือกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูสู่การเรียกร้องความยุติธรรมท่ามกลางกระแสเกลียดชังคนเอเชีย (Anti-Asian Hate) ในช่วงวิกฤตโควิด-19
นาทีวิปโยค เมื่อความเกลียดชังปะทะความบริสุทธิ์
ย้อนกลับไปในเช้าวันที่เกิดเหตุ ช่วงปี 2021 บรรยากาศในย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบของซานฟรานซิสโก คุณปู่วิชาได้เดินออกจากอพาร์ตเมนต์เพื่อพาหลานชายออกมาเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ตามกิจวัตร แต่แล้วมัจจุราชก็มาเยือนในรูปแบบของ “แอนทวน วัตสัน” (Antoine Watson) วัยรุ่นชายชาวอเมริกันผิวสี ซึ่งในขณะนั้นมีอายุเพียง 19 ปี
ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ได้บันทึกวินาทีที่วัตสันวิ่งข้ามถนนพุ่งตรงเข้ามาหาชายชราผู้นี้ ก่อนจะใช้กำลังผลักคุณปู่วิชาอย่างแรงจนล้มฟาดพื้นโดยไม่มีการพูดคุยหรือรู้จักกันมาก่อน แรงกระแทกส่งผลให้คุณปู่วิชาได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดออกในสมอง และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในอีก 2 วันถัดมาโดยไม่ทันได้ฟื้นคืนสติ แม้ตำรวจจะจับกุมตัวคนร้ายได้ในเวลาต่อมา แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ทางกฎหมายอันยาวนาน

คำตัดสินช็อกความรู้สึก “ไม่เจตนาฆ่า”
ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ศาลนครซานฟรานซิสโกได้มีคำพิพากษาออกมาแล้ว โดยคณะลูกขุนมีมติว่า แอนทวน วัตสัน ในวัย 24 ปี ณ ปัจจุบัน “ไม่มีความผิดฐานฆาตกรรม” (Murder) แต่มีความผิดในข้อหาที่เบากว่า คือ “ฆ่าคนโดยไม่เจตนา” (Involuntary Manslaughter) และ “ทำร้ายร่างกาย”
ข้อมูลจากเพจ Drama-addict และสื่อต่างประเทศอย่าง The Guardian ระบุตรงกันว่า ในชั้นศาล จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าเหตุการณ์วันนั้นทำไปเพราะอยู่ในภาวะ “สับสนและโกรธจัด” (Haze of confusion and anger) จึงระบายอารมณ์ใส่ใครก็ได้ที่ขวางหน้า โดยอ้างว่าไม่ได้สนใจว่าเหยื่อเป็นใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นคนเอเชียหรือเป็นผู้สูงอายุ ทำให้ลูกขุนเชื่อว่าขาดเจตนาฆ่า

ประเด็นที่สังคมกังขาที่สุด คือทำไมจึงไม่มีการดำเนินคดีในข้อหา “อาชญากรรมจากความเกลียดชัง” (Hate Crime) ทั้งที่ครอบครัวและสังคมเชื่อว่าเชื้อชาติคือมูลเหตุจูงใจ ข้อมูลจากสำนักงานอัยการเขตซานฟรานซิสโกระบุว่า การจะฟ้องข้อหานี้เป็นเรื่องยากหากปราศจากพยานหลักฐานที่ชัดเจน เช่น คำพูดเหยียดเชื้อชาติขณะก่อเหตุ ซึ่งในคดีนี้ไม่มีหลักฐานดังกล่าว อัยการจึงไม่ได้ยื่นฟ้องในข้อหานี้ตั้งแต่ต้น
ด้าน มาโน ราจู (Mano Raju) ทนายความจำเลยจากสำนักงาน Public Defender กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย โดยระบุว่าลูกความของเขา “สำนึกผิดอย่างสุดซึ้งต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น” พร้อมย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่ในการพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างสมดุลแล้ว

คนร้ายอาจเดินออกจากคุกในเร็ววัน
สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดสำหรับคดีนี้อาจไม่ใช่แค่คำตัดสิน แต่คือ “ระยะเวลาการลงโทษ” เพจ Drama-addict วิเคราะห์ว่า โทษจำคุกสูงสุดของข้อหาฆ่าคนโดยไม่เจตนาในคดีนี้อยู่ที่ประมาณ 4 ปี แต่ในความเป็นจริง แอนทวน วัตสัน ถูกคุมขังระหว่างรอการพิจารณาคดีมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
นั่นหมายความว่า หากศาลตัดสินลงโทษจำคุก 4 ปีตามเกณฑ์สูงสุด วัตสันอาจได้รับการปล่อยตัวในเร็ววันนี้ หรืออาจจะทันทีหลังจากการพิจารณาโทษเสร็จสิ้น

เนื่องจากรับโทษเกินกว่าคำตัดสินไปแล้ว โดยศาลนัดหมายจะมีการรับฟังข้อโต้แย้งเรื่องเหตุฉกรรจ์เพิ่มเติมในวันที่ 26 มกราคมนี้ ก่อนจะกำหนดวันพิพากษาโทษอย่างเป็นทางการ
แม้คดีจะจบลงด้วยความกังขาในหัวใจของใครหลายคน แต่ The Guardian ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า การเสียชีวิตของคุณปู่วิชา รัตนภักดี ไม่ได้สูญเปล่า มันได้จุดประกายการเคลื่อนไหวระดับชาติ เพื่อต่อต้านความรุนแรงต่อชาวเอเชีย-อเมริกัน

จากสถิติของกลุ่ม Stop AAPI Hate ระบุว่า นับตั้งแต่โควิด-19 ระบาดครั้งแรกในอู่ฮั่นเมื่อปลายปี 2019 จนถึงเดือนกันยายน 2021 มีรายงานเหตุการณ์ความเกลียดชังต่อชาวเอเชียในสหรัฐฯ มากกว่า 10,000 กรณี ทั้งการทำร้ายร่างกาย การกลั่นแกล้ง และการเหยียดเชื้อชาติ กรณีของคุณปู่วิชาจึงเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญถึงบาดแผลทางสังคมที่ยังคงต้องการการเยียวยาแก้ไขต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สื่อนอกตีข่าว หญิงไทย เสียชีวิต เพราะ โควิด ใน อินเดีย
- เช็กอาการ โควิดสายพันธุ์ใหม่ XFG ระบาดในไทยแล้ว 33 ราย
- สาวฟิลิปปินส์ แซะภาษาอังกฤษคนไทย ทัวร์ลงยับ ยอมขอโทษ ไม่มีเจตนาเหยียด
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





