ข่าวต่างประเทศ

คลิปสาวคลั่ง จ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวไม่ได้ คว้าปังตอ พุ่งทำร้าย ตร.อาวุธครบมือต้องเข้าปราบ

สาวคลั่งควง มีดปังตอ-กรรไกร พุ่งทำร้ายตำรวจฮ่องกง หลังของขึ้นเหตุรูดบัตรค่าก๋วยเตี๋ยวไม่ผ่าน

คลิปไวรัลสุดสะพรึงในโลกออนไลน์ มีการเผยแพร่ภาพความวุ่นวายกลางดึกในย่านเชิงสุ่ย ของฮ่องกง หญิงสาววัย 32 ปี เกิดอาการคลุ้มคลั่ง คว้าอาวุธมีดพุ่งเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่เกรงกลัว

เมื่อเวลา 00.14 น. ของเช้ามืดวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา พนักงานร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อแห่งหนึ่งแจ้งเหตุฉุกเฉินว่า ลูกค้าสาวรายนี้เกิดอาการโมโหร้ายอย่างหนักหลังจากที่การชำระเงินค่าอาหารเกิดขัดข้อง

ความโกรธเกรี้ยวทวีความรุนแรงขึ้น เธอคว้า มีดทำครัวความยาวกว่า 30 เซนติเมตร ขึ้นมาข่มขู่พนักงานในร้าน ก่อนจะอาละวาดทำลายข้าวของจนถ้วยชามกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น และทุบทำลายโทรศัพท์มือถือในร้านจนพังเสียหาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัว ทั้งหมวกนิรภัยและโล่ เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ สถานการณ์กลับตึงเครียดยิ่งขึ้น ภาพจากคลิปวิดีโอเผยให้เห็นวินาทีที่หญิงสาวสวมหน้ากากดำ ถือมีดปังตอและกรรไกรในมือ เดินรี่เข้าหาตำรวจที่ตรึงกำลังอยู่หน้าร้าน

แทนที่จะยอมจำนน หญิงสาวกลับ พุ่งตัวเข้าชาร์จเจ้าหน้าที่อย่างบ้าคลั่ง ใช้มีดในมือฟันเข้าที่โล่ป้องกันของตำรวจรัวๆ หลายครั้ง จนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันอย่างชุลมุน ก่อนที่เจ้าหน้าที่หลายนายจะช่วยกันเข้าชาร์จและตะครุบตัวเธอกดลงกับพื้นได้ในที่สุด

หลังสิ้นสุดความวุ่นวาย หญิงสาวแซ่หลิว รายนี้ถูกจับกุมทันที ถูกตั้ง 3 ข้อหาฉกรรจ์ ได้แก่ ครอบครองอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้าง, ทำให้เสียทรัพย์ และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวเธอส่งโรงพยาบาล North District เพื่อตรวจร่างกาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button