ข่าวต่างประเทศ

พรรคตัวแทนทหารคะแนนนำโด่ง คว้าชัยเลือกตั้งเมียนมาเฟสแรก แม้ถูกวิจารณ์ไร้คู่แข่ง-คนใช้สิทธิน้อย

พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา ที่มีกองทัพเมียนมาหนุนหลัง คว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการประกาศผลเลือกตั้งเฟสแรก ท่ามกลางการวิจารณ์ของสื่อ

คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมา (UEC) เริ่มทยอยประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปรอบแรก ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจเมื่อปี 2564 โดยผลคะแนนเบื้องต้นเป็นไปตามคาดคือพรรคการเมืองฝั่งทหารกวาดที่นั่งไปได้เกือบทั้งหมด

จากการประกาศผลใน 56 เขตเลือกตั้ง พบว่าพรรค USDP ซึ่งนำโดยอดีตนายทหารระดับสูง ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสภาล่าง (Pyithu Hluttaw) จาก 40 ที่นั่งที่ประกาศผลแล้ว พรรค USDP กวาดไปถึง 38 ที่นั่ง ส่วนพรรคเสือขาว (Shan Nationalities Democratic party) และพรรค Mon Unity party ได้ไปพรรคละ 1 ที่นั่ง ขณะที่สภาท้องถิ่น พรรค USDP ก็คว้าไป 14 จาก 15 ที่นั่งที่มีการนับคะแนนเสร็จสิ้น

ด้านสภาสูง (Amyotha Hluttaw) เพิ่งมีการประกาศเพียงที่นั่งเดียว ซึ่งตกเป็นของพรรค Wa National party

An official of the Union Election Commission counts ballots at a polling station during the first phase of general election Sunday, Dec. 28, 2025, in Yangon, Myanmar. (AP Photo/Thein Zaw)

แม้รัฐบาลทหารเมียนมาจะระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเมือง แต่กลับมีประเด็นที่นานาชาติตั้งข้อสงสัยหลายประการ เริ่มจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิน้อยลง โดยอ้างอิงข้อมูลจากรัฐบาลทหารระบุว่ามีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 52 ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2558 และ 2563 ที่มีผู้มาใช้สิทธิสูงถึงร้อยละ 70

อีกทั้งพรรค NLD ของนางอองซาน ซูจี ถูกสั่งยุบพรรคไปก่อนหน้านี้ และตัวนางซูจีเองยังคงถูกคุมขัง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเลือกพรรคที่กองทัพคัดสรรมาให้แล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ สหประชาชาติและชาติตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย เนื่องจากมีการออกกฎหมายห้ามวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้ง

สำหรับการเลือกตั้งที่เหลืออีก 2 รอบจะมีขึ้นในวันที่ 11 มกราคม และ 25 มกราคม ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ 265 อำเภอ จากทั้งหมด 330 อำเภอทั่วประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ยังคงรุนแรงในหลายพื้นที่ซึ่งกองทัพยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ

นักวิเคราะห์มองว่าความพยายามจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนบังหน้าของกองทัพเมียนมาในครั้งนี้มีความเสี่ยงสูง และยากที่จะได้รับการยอมรับจากสังคมโลกตราบใดที่ยังไม่มีการรวมกลุ่มการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

อ้างอิง : www.theguardian.com

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Bas

ผู้สื่อข่าวกีฬา จบการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีประสบการณ์เขียนข่าวกีฬากับ SMMSport กว่า 10 ปี เริ่มทำงานกับ Thaiger เมื่อ 2021 ชอบและติดตามกีฬามาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะฟุตบอลทั้งบอลไทย และต่างประเทศ 5 ลีกดังของโลก พร้อมอัปเดตข่าวสารวงการฟุตบอล แบบเข้าใจง่าย ให้เพื่อนๆและแฟนบอลได้ติดตามกันทุกวัน ช่องทางติดต่อ saral@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button