ช็อกไทม์ไลน์ฉาว! ตม.ตากผลักดัน “พม่าฆ่าขืนใจ” กลับประเทศ ทั้งที่มีคำสั่งชะลอตัว
ลูกสาวเหยื่อร่ำไห้ ผล DNA ยืนยันชัดแต่คนร้ายหลุดมือหนีข้ามฝั่งหลัง ตม.แม่สอด อ้างไม่เห็นหนังสืออายัดตัว ผบก.ตม.5 สั่งสอบด่วนหวั่นมีเอี่ยวเจตนาปล่อยตัว ประสานพม่าลากคอกลับมาดำเนินคดี
สร้างความสะเทือนใจไปทั่วสังคม เมื่อฆาตกรฆ่าข่มขืนที่ตำรวจตามจับมาได้แล้วกลับ “หลุดมือ” หนีกลับประเทศไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะความบกพร่องในการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ จนลูกสาวผู้เสียหายต้องออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจสายไหมต้องรอด
เนื้อหาจากลูกสาวของเหยื่อฉบับเต็มลงไว้ว่า “ตม.ปล่อยตัวคนร้าย ฆ่า ขข.แอดคะ สวัสดีค่ะ มีเรื่องจะร้องเรียนค่ะ คือแม่หนูถูกคนร้ายที่เป็นลูกจ้างชาวพม่า ฆ่า ขข ตายอย่างเหี้ยมโหด ที่นาข้าว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาค่ะ”
“ตำรวจจับคนร้ายได้วันที่ 13 พฤศจิกายน คนร้ายเป็นชาวพม่าที่เคยรับจ้างเกี่ยวข้าวให้คุณแม่ค่ะ ระหว่างรอผลตรวจ DNA ตำรวจจึงนำตัวคนร้ายไปฝากขังที่คุกของ ตม. แม่สอดแต่สุดท้ายแล้ว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ตม.ได้ปล่อยตัวคนร้ายให้เดินทางออกนอกประเทศไป”
“หนูเป็นผู้เสียหายเป็นลูกสาวผู้ตาย มารู้ทีหลังว่าตำรวจปล่อยตัวคนร้ายไปแล้ว โดยไม่ได้ประสานงานกับร้อยเวรเจ้าของคดี ทำให้คนร้ายที่ฆ่าแม่หนูโดนปล่อยตัวกละบประเทศไป และวันนี้ผลตรวจ DNA ออกมาแล้ว พบว่าตรงกับผู้ก่อเหตุทุกอย่าง”
“ตอนนี้หนูต้องทำยังไงคะ ตำรวจทำงานกันแบบ พอหนูไปสอบถามว่าทำไมถึงปล่อยคนร้ายหนีไป ตำรวจก็โยนกันไปโยนกันมา”
“ฝาก #เพจสายไหมต้องรอด ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ครอบครัวหนูด้วยนะคะ ตอนนี้หนูเป็นผู้เสียหายไม่รู้จะไปเรียกร้องความเป็นธรรมจากที่ไหน ตำรวจกับ ตม ทำงานแบบนี้ความยุติธรรมไม่รู้อยู่ไหน”

ไทม์ไลน์คืนโหดและการหลุดรอดคดี
สำหรับไทม์ไลน์คืนโหดและการหลุดรอดคดีไปนั้น เริ่มจากวันที่ 11 พ.ย.68 หญิงไทยถูกนายโทนตาอ่อง อดีตลูกจ้างชาวเมียนมา ล่วงละเมิดทางเพศและสังหารอย่างโหดเหี้ยม ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ต่อมาวันที่ 13 พ.ย. ตำรวจสภ.พะวอ ตามรวบตัวผู้ต้องหาได้ทันควัน แต่ในขณะนั้นผลดีเอ้นเอ (DNA) ยังไม่ออก จึงยังออกหมายจับไม่ได้ ทำให้หลังจากนั้นตำรวจส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้ ตม.จว.ตาก ในวันที่ 15 พ.ย. เพื่อรอการผลักดันกลับตามระเบียบคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามในวันเดียวกันนั้น สภ.พะวอ ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ! ตม. เพื่อ “ขอชะลอการส่งกลับ” เนื่องจากเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าผู้อื่น
เรื่องราวมาแดงขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 68 พนักงานสอบสวนได้รับผล DNA ที่ยืนยันชัดเจนว่า นายโทนตาอ่องคือฆาตกรตัวจริง จึงนำหมายจับไปขอรับตัวที่ ตม. เพื่อมาดำเนินคดี แต่กลับได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า “ปล่อยตัวไปแล้ว” ในวันที่ 16 พ.ย. 68 ซึ่งเป็นวันเดียวหลังจากได้รับหนังสือชะลอตัว โดยเจ้าหน้าที่งานผลักดันตม.แม่สอดส่งตัวผู้ต้องหารวมกับคนต่างด้าวอีก 50 ราย ข้ามแดนกลับประเทศเมียนมาไปเรียบร้อย โดยอ้างว่า “ไม่เห็นหนังสือแจ้งขอชะลอตัว”
ล่าสุดพล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 ไม่นิ่งนอนใจ สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด่วนที่สุดว่าความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ หรือมี “เจตนา” ช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือไม่ หากพบการกระทำผิดพร้อมฟันทั้งวินัยและอาญาให้ถึงที่สุด
ในส่วนของการติดตามตัว ขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนประสานงานกับ “ทางการเมียนมา” เพื่อเร่งล่าตัวนายโทนตาอ่องกลับมาลงโทษในไทยให้ได้ พร้อมกำชับทุกหน่วยงานห้ามเกิดเหตุซ้ำรอยที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมเช่นนี้อีก.


อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ลูกสาวเหยื่อ ช้ำหนัก! ตร.ปล่อยเดนนรกหนีกลับประเทศ หลังดีเอ็นเอมัดตัวชัด
- รวบ 4 หนุ่มเมียนมา บินโดรนป่วนสุวรรณภูมิ อ้างมาซื้อจากไทย เพื่อขายต่อกองทัพเมียนมา
- ออมสิน ปิดบัญชียกหนี้ 3 ครอบครัวทหาร ทายาทวีรบุรุษชายแดนไทย-กัมพูชา
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



