ข่าวต่างประเทศ

สถานทูตสหรัฐฯ ออกกฎเข้ม ผู้ขอวีซ่าต้องเปิดโซเชียลเป็น “สาธารณะ” ให้ตรวจสอบ

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศกฎใหม่ บังคับผู้ขอวีซ่าหลายประเภท ต้องเปิดโซเชียลมีเดียเป็น “สาธารณะ” เพื่อตรวจสอบความมั่นคง

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก U.S. Embassy Bangkok ระบุว่า สมัครวีซ่าประเภท A-3, C-3 (กรณีเป็นลูกจ้างทำงานในบ้าน), G-5, H1-B, H-3, H-4 ซึ่งเป็นผู้ติดตามของ H-1B และ H-3, F, M, J, K-1, K-2, K-3, Q, R-1, R-2, S, T หรือ U ทุกท่าน ต้องปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดเป็นแบบสาธารณะ (Public) สำหรับการตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นในการยืนยันตัวตนและคุณสมบัติในการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ หากไม่ปฏิบัติตาม การพิจารณาวีซ่าของท่านจะล่าช้า

นอกจากนี้ทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า กระทรวงฯ ใช้ข้อมูลทั้งหมดที่มีเพื่อคัดกรองและตรวจสอบวีซ่า เราต้องการระบุตัวผู้สมัครที่ไม่มีสิทธิ์เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติหรือความปลอดภัยของประชาชน เราดำเนินการตรวจสอบผู้สมัครขอวีซ่าทุกคนอย่างละเอียด

การพิจารณาวีซ่าทุกครั้งคือการตัดสินใจด้านความมั่นคงของชาติ สหรัฐอเมริกาต้องเฝ้าระวังระหว่างขั้นตอนการออกวีซ่า เราต้องมั่นใจว่าผู้ที่ขอเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาไม่มีเจตนาทำร้ายชาวอเมริกันและผลประโยชน์ของชาติ นอกจากนี้ผู้สมัครทุกคนต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนมีคุณสมบัติตรงตามวีซ่าที่ขอ และมีเจตนาทำกิจกรรมสอดคล้องกับเงื่อนไขการเข้าประเทศ วีซ่าสหรัฐฯ คือเอกสิทธิ์ที่มอบให้ ไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐาน

ข้อความจาก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ
FB/ U.S. Embassy Bangkok

ที่มา: กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button