ข่าว

พบ 4 บริษัทเรือสำคัญ โยงน้ำมันล่องหน “ดีเอสไอ” เตรียมรับเป็นคดีพิเศษ

อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรับโอนสำนวนคดีคลังน้ำมันอ่างทอง เป็นคดีพิเศษ พบ 4 บริษัทเรือสำคัญ โยงน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี 60 ล้านลิตร ช่วงวิกฤตขาดแคลน

จากกรณีที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติเอกฉันท์รับกรณีความผิดทางอาญา คดีกักตุนน้ำมัน ก่อนตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจ บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง และพบพฤติกรรมครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมาก โดยไม่มีใบกำกับการขนส่งมาแสดง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ยังเก็บตัวอย่างน้ำมัน เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน และดำเนินคดีอาญาในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว

ล่าสุด พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า สำหรับการรับโอนกรณีของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ที่ดีเอสไอและหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบพฤติการณ์ในเรื่องการครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิง จะมีการรับมาเป็นคดีพิเศษด้วยหรือไม่นั้น

เบื้องต้นที่ได้ดูข้อมูล อธิบดีดีเอสไอระบุ อาจได้รับมาเป็นคดีพิเศษด้วยเช่นเดียวกัน โดยจะแยกเป็นคดีพิเศษอีกคดี ไม่ซ้ำกับเลขคดีพิเศษที่ 59/2569 ซึ่งดีเอสไอไม่ต้องรอให้พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจในท้องที่ เนื่องจากพฤติการณ์ทางคดีดังกล่าว ตำรวจ ปคบ.สอบสวนเป็นคดีอาญาไว้ก่อนแล้ว แต่เพียงแค่ดีเอสไอรับรายละเอียดพฤติการณ์ทางคดีมาเพิ่มเติม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงานด้านเอกสาร

จุดที่น่าสนใจ คือ ดีเอสไอ ไม่รอผลตรวจคุณภาพน้ำมันปลอมปน หรือรอให้พาณิชย์จังหวัดร้องทุกข์ เพราะพฤติการณ์ “กักตุน” และ “ไร้ใบกำกับขนส่ง” ชัดเจนตามมติบอร์ดคดีพิเศษเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าข่ายความผิดร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจ

นอกจากนี้การแกะรอย “น้ำมันล่องหน” 60 ล้านลิตร กลางทะเลสุราษฎร์ฯ จากรายงานข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่าโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ภาคตะวันออกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอของเรือขนส่งน้ำมันในสุราษฎร์ธานี เนื่องด้วยทางโรงกลั่นได้มีการจัดส่งน้ำมันให้เรือขนส่งน้ำมันจริง

อย่างไรก็ดี คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ออกหนังสือเชิญบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 บริษัท ซึ่งเป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ (20 เที่ยวเรือ) เข้าให้ปากคำชี้แจงในฐานะพยาน ที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เนื่องจากในคดีการกักตุนน้ำมัน พบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ 20 เที่ยวเรือ ด้วยเรือ 12 ลำ (จาก 8 บริษัท) ที่เเล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออก ไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี

และจากการสืบสวนพบว่าใน 8 บริษัทที่เกี่ยวข้อง มี 4 บริษัทบิ๊กเนม ที่โดดเด่นออกมา เพราะมีเรือในครอบครองมากกว่า 2 ลำ และมีการเดินเรือหลายเที่ยวในช่วงวิกฤต โดยได้ออกหมายเรียกเจ้าของเรือทั้ง 8 บริษัท เข้าให้ปากคำในฐานะพยานตั้งแต่วันที่ 21-23 เม.ย. 69 นี้ ซึ่งจะเน้นไปที่เส้นทางการเดินเรือ (GPS), ใบกำกับการขนส่ง และผู้มีอำนาจสั่งการตัวจริง (เบื้องหลังกรรมการบริษัท) เพื่อหาว่าใครคือ “ไอ้โม่ง” ที่สั่งให้เรือลอยลำประวิงเวลาจนน้ำมันล่องหน

งานนี้ DSI ไม่ได้มองแค่เรื่องการปลอมปนน้ำมัน แต่กำลังมองไปที่ “ขบวนการสนับสนุน” ทั้งหมด โดยเตรียมเสนอ “นายกรัฐมนตรี” ลงนามแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนร่วม (บูรณาการหลายหน่วยงาน) เพื่อให้มีอำนาจเต็มในการสอบสวนเชิงลึก

และจะมีการเรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แม้จะไม่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท หากพบว่ามีบทบาทสั่งการอยู่เบื้องหลัง.

ที่มา : ข่าวสด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button