คนไทย ผ่อนข้าวมันไก่ 50 บาท การเงินวิกฤต ธปท. จ่อคุมเข้ม

ธปท. จ่อคุมเข้ม “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” หลังพบคนไทยรุ่นใหม่ ผ่อนข้าวมันไก่จานละ 50 บาท ชานมไข่มุก ยังต้องผ่อน 3-4 เดือน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประกาศกฎกำกับดูแลบริการสินเชื่อ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” อย่างเป็นทางการภายในปลายปี 2569 หลังพบว่าคนรุ่นใหม่กำลังติดกับดักการผ่อนสินค้าราคาเล็ก ตั้งแต่ของกิน เครื่องดื่ม ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือย จนเกิดเป็นปัญหาหนี้เสียในกลุ่มวัยเริ่มทำงาน
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยเรื่องนี้ในงาน “Governor Connect” พบปะสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ยกตัวอย่างจนกลายเป็นกระแสในโซเชียลทันทีคือ คนไทยจำนวนหนึ่งกินข้าวมันไก่จานละ 50 บาท แล้วต้องผ่อนต่ออีก 3 ถึง 4 เดือน ซึ่งผู้ว่าฯ ระบุว่าชีวิตเราคงไม่ควรเป็นแบบนั้น นอกจากข้าวมันไก่แล้ว ยังมีตัวอย่างชานมไข่มุกแก้วละ 106 บาท ที่ผู้บริโภคเลือกผ่อนชำระ 4 เดือน มีดอกเบี้ยแฝงสูงถึง 16 ถึง 18%
ตัวเลขที่ทำให้แบงก์ชาติต้องลงมือ
ข้อมูลที่ ธปท. นำเสนอชี้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ปัจจุบันคนไทยที่มีหนี้มีอยู่ราว 25 ล้านคน ในกลุ่มประชากรอายุ 20 ถึง 35 ปี มีถึง 52.7% ที่มีหนี้สิน ขณะที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ในกลุ่มนี้สูงถึง 27% ซึ่งถือว่าน่ากังวลเพราะเป็นการเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย
ด้านขนาดของตลาด BNPL ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ขนาดตลาดในไทยทะลุ 1.79 หมื่นล้านบาท บัญชีผู้ใช้แตะ 4.91 ล้านบัญชี เติบโตเฉลี่ย 99.9% ต่อปี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ที่กลุ่มนักศึกษาและ First Jobber มีอัตราค้างชำระสูงกว่ากลุ่มอื่น
ผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำว่า บริษัทที่ทำธุรกิจ BNPL ไม่ใช่ผู้ร้าย แต่ปัญหาคือการชักจูงให้คนที่ไม่มีความสามารถชำระหนี้เข้ามาบริโภคและผ่อนทั้งที่ไม่จำเป็น

กฎใหม่ที่กำลังจะออก
ธปท. เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลผ่านกฎหมายในกำกับจำนวน 4 ฉบับ ครอบคลุมหลักเกณฑ์คุ้มครองผู้ใช้บริการ เช่น อายุขั้นต่ำของผู้ใช้บริการ ประเภทสินค้าที่อนุญาตให้ผ่อน มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ และเพดานอัตราดอกเบี้ยสูงสุด
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ความเป็นไปได้ที่ ธปท. จะห้ามผ่อนสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้ามูลค่าต่ำ เพราะถือเป็นการสร้างพฤติกรรมก่อหนี้โดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ยังมีแนวทางคุมเข้มเรื่องการตั้งค่าระบบในแอปพลิเคชัน ที่ปัจจุบันหลายแห่งตั้งค่าเริ่มต้นเป็นการ “ผ่อนชำระ” ทำให้ผู้บริโภคกดสั่งซื้อโดยไม่ทันสังเกตว่าตัวเองกำลังก่อหนี้ ต่อไปการเลือกผ่อนต้องมาจากการที่ผู้ใช้กดยินยอมเองอย่างชัดเจน
ขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Public Hearing) คาดว่าจะใช้เวลาราว 5 ถึง 6 เดือน ก่อนประกาศแนวทางที่ชัดเจนในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 และคาดว่าจะบังคับใช้ได้จริงภายในปี 2569
สำหรับผู้บริโภคที่คุ้นชินกับการกดผ่อนของชิ้นเล็กผ่านแอปเดลิเวอรีและอีคอมเมิร์ซ เมื่อกฎใหม่มีผลบังคับใช้ การกดผ่อนข้าวมันไก่มื้อเที่ยงหรือชานมไข่มุกแก้วโปรด อาจกลายเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อีกต่อไป ส่วนผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในกลุ่มนี้ก็ต้องเตรียมปรับตัวรับทิศทาง Responsible Lending หรือการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบที่แบงก์ชาติกำลังผลักดัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- พ่อแท้ๆ ฆาตกรรมลูกวัย 10 เดือน หมกบ่อเกรอะ อ้างปัญหาการเงิน
- บ้านเคหะเพื่อคนไทย ปี 69 ตั้งเป้า 2 หมื่นหน่วย ลดสูงสุด 20% ผ่อนยาว 40 ปี
- แก้หนี้ครัวเรือน 14 ธนาคาร ร่วมรีไฟแนนซ์ โอนหนี้ข้ามธนาคาร
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





