CEO แบรนด์ดัง โต้กลับคู่กรณี ลั่น ข้อมูลห่างความจริงไปมาก หลัง กระต่าย พรรณนิภา โพสต์แจง

คุณกิ๊ก CEO แบรนด์ดัง โต้กลับคู่กรณี ลั่น “ข้อมูลห่างความจริงไปมาก” หลัง กระต่าย พรรณนิภา โพสต์แจงปมโดนอดีตหุ้นส่วนฟ้องฉ้อโกง
จากกรณีที่ คุณกิ๊ก CEO แบรนด์ดัง พร้อมทนายความนำเอกสารยื่นฟ้องนักร้องลูกทุ่งสาว กระต่าย พรรณนิภา ฐานฉ้อโกง หลังพบการเบิกจ่ายทิพย์เงินของบริษัท รวม 22 ครั้ง เป็นจำนวนเงินกว่า 20,000 บาท และลูกทุ่งสาวฉีกสัญญากะทันหันทำให้บริษัทสูญเงินไปกว่า 40 ล้านบาท
ต่อมาทางด้าน กระต่าย พรรณนิภา ก็ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง เพื่อชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเผยว่าถูกอดีตหุ้นส่วนบังคับเซ็นสัญญา 5 ปีอย่างไม่เป็นธรรม และขู่ปล่อยแชตลับต่อสาธารณะ ตามที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้
กระต่าย พรรณนิภา งัดหลักฐานฟ้องกลับ CEO แบรนด์ดัง บีบเซ็นสัญญาไม่เป็นธรรม 5 ปี-ขู่แฉแชตลับ
ล่าสุด คุณกิ๊ก CEO แบรนด์ดัง ก็ออกมาโพสต์ข้อความโต้กลับ กระต่าย พรรณนิภา ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ข้อเท็จจริงและมุมมองจากฝั่งกิ๊กค่ะ
หลังจากที่นิ่งเงียบและรอคอยมาพักใหญ่ เพื่อให้เวลากับการเรียบเรียงข้อมูล ในที่สุดอดีตหุ้นส่วนก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านทาง Facebook ส่วนตัวแล้วนะคะ ซึ่งหลังจากที่กิ๊กได้อ่านข้อความทั้งหมดด้วยความตั้งใจ พบว่ามีข้อมูลหลายส่วนที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปมาก และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อตัวกิ๊ก รวมถึงแบรนด์ที่เราตั้งใจสร้างมา
ในฐานะผู้ถูกพาดพิง กิ๊กจึงขออนุญาตใช้สิทธิ์อธิบายข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญ เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเองและแบรนด์ ดังนี้ค่ะ
ประเด็นที่ 1: เรื่องยอดขาย 80 ล้านบาท และการจัดสรรผลประโยชน์
ตัวเลขยอดขาย 80 ล้านบาทที่มีการกล่าวอ้างนั้น คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปมากค่ะ รายรับจริงไม่ได้สูงถึงจำนวนดังกล่าว นอกจากนี้ในมุมของการทำธุรกิจออนไลน์ ยอดขาย (Revenue) ไม่ใช่กำไรสุทธิ (Profit) เงินที่รับเข้ามาทั้งหมดจำเป็นต้องนำไปหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ต้นทุนสินค้า ค่าโฆษณา และค่าคอมมิชชั่นของพันธมิตรอีกหลายส่วน ซึ่งที่ผ่านมา ทางแบรนด์ได้จัดสรรปันส่วนอย่างโปร่งใส และถูกต้องตรงตามข้อตกลงมาโดยตลอดค่ะ
ประเด็นที่ 2: เรื่องการจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และใบ 50 ทวิ
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องประเด็นภาษีต่างๆ กิ๊กขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เป็นความจริงค่ะ การจัดการด้านภาษีของกิจการเรา ดำเนินการอย่างถูกต้องตามพูดคุยและตกลงกัน ไม่เคยมีการหลบเลี่ยงหรือผลักภาระให้ใคร เอกสารและหลักฐานทางบัญชีทั้งหมด กิ๊กได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว และยินดีที่จะนำไปเปิดเผยเพื่อพิสูจน์ความจริงร่วมกันในรายการโหนกระแสค่ะ
ประเด็นที่ 3: ข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับต่อสัญญา 5 ปี
ประเด็นนี้กิ๊กอยากขอชี้แจงด้วยความสัตย์จริงว่า กิ๊กไม่เคยมีความคิดที่จะข่มขู่ หรือนำแชทส่วนตัวมาแบล็คเมล์เพื่อบังคับให้ใครต่อสัญญาทั้งสิ้นค่ะ แต่ความจริงในมุมธุรกิจคือ ปัจจุบันกิจการเรามี “สต๊อกสินค้าคงค้างมูลค่ามหาศาล” ซึ่งกิ๊กเป็นผู้แบกรับต้นทุนการผลิตทั้งหมดเพียงผู้เดียว
หากอดีตหุ้นส่วนซึ่งเป็นภาพจำและพรีเซนเตอร์หลักยุติบทบาทลงกะทันหัน การระบายสินค้าที่เหลืออยู่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย การเจรจาเรื่องการขยายระยะเวลาสัญญา จึงเกิดจากความจำเป็นทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันรับผิดชอบสินค้าที่ยังคงค้างอยู่ให้หมดไป ไม่ใช่การบังคับเอาเปรียบแต่อย่างใดค่ะ หากทางฝั่งอดีตหุ้นส่วนเข้าใจผิดว่าเป็นการข่มขู่ กิ๊กยินดีให้นำหลักฐานมาพิสูจน์กันตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อคืนความบริสุทธิ์ใจให้ทั้งสองฝ่ายค่ะ
ประเด็นที่ 4: เรื่องการตรวจสอบสต๊อกสินค้า และช่องทางการขาย
ที่ระบุว่าสต๊อกสินค้าไม่มีอยู่จริง เรื่องนี้กิ๊กยืนยันว่าสินค้ามีอยู่จริง และมีหลักฐานการสั่งผลิตจากโรงงานอย่างชัดเจนค่ะ ทางเรายินดีต้อนรับเสมอหากจะเข้ามาตรวจสอบร่วมกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับแบรนด์คือ อีกฝ่ายได้เข้าไปลบตะกร้าสินค้าและลบคลิปวิดีโอออกจากระบบทั้งหมดโดยพลการ ซึ่งเป็นการปิดกั้นช่องทางการทำมาหากินและการระบายสินค้าโดยตรง ทำให้การแก้ปัญหาของแบรนด์ต้องหยุดชะงักลง
กิ๊กยังคงเชื่อมั่นในความถูกต้องและหลักฐานที่มีอยู่ในมือทั้งหมดค่ะ กิ๊กพร้อมและยินดีอย่างยิ่งที่จะนำเอกสาร พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงทุกมิติ ไปพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุผล ต่อหน้าสื่อมวลชนและสาธารณชนในรายการโหนกระแสค่ะ
เพราะกิ๊กเชื่อว่า “ความจริง” คือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะอธิบายทุกอย่างได้ แล้วพบกันนะคะ”

“ค่าหมูทะ 360 บาท ทำไมเงินแค่นี้ถึงฟ้อง เพราะถ้าน้องเบิกของตัวเองมันจะไม่น่าเกียจเลย และไม่ได้มีปัญหา แต่นี้น้องเบิกแอบอ้างคนอื่น ซึ่งเขาเป็นพนักงาน แล้วคนที่ถูกแอบอ้างละ ? แล้วมันหลายๆ ครั้ง โดยที่เขาไม่รู้ตัว จะไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขาหน่อยหรอ ? หรือคิดเพียงแค่ว่าเขาเป็นพนักงาน แล้วยอดเงินมันน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีความผิด ยอดมันน้อยมากแล้วทำไมถึงได้กล้ามาเอาอีก 22 ครั้งในเวลาแค่ 2 -3 เดือน ถ้าจับไม่ได้จะลุกลามไปแค่ไหน แล้วไม่ต้องมาสนใจยอดหรอก สนใจวิธีที่ทำ เวลาที่ทำ และการทำซ้ำๆ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กระต่าย พรรณนิภา งัดหลักฐานฟ้องกลับ CEO แบรนด์ดัง บีบเซ็นสัญญาไม่เป็นธรรม 5 ปี-ขู่แฉแชตลับ
- นักร้องสาว งานเข้า! CEO แบรนด์ดัง หอบหลักฐานฟ้องฉ้อโกง แฉ เบิกจ่ายทิพย์ 22 ครั้ง
อ้างอิงจาก : FB Sarah Gik
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





