กรมราชทัณฑ์ ยันมีหลักฐานมัดตัว “ไผ่ ดาวดิน” เจตนาทำลายทรัพย์สินราชการ

กรมราชทัณฑ์ ยันมีหลักฐานมัดตัว ไผ่ ดาวดิน เจตนาทำลายทรัพย์สินราชการ นำเสื้อผ้าคลุมกล้อวงจรปิด ดำเนินการตามวินัยตามที่กฎหมายกำหนด
เพจ กรมราชทัณฑ์แจงกรณี “ไผ่ จตุภัทร์” หรือ “ไผ่ ดาวดิน” อุทธรณ์คำสั่งวินัย ยื่นฟ้องศาลปกครองยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย ภาพวงจรปิดมัดตัวชัดเจน เจตนาทำลายทรัพย์สินราชการ
โดยในเอกสารระบุว่า “กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานจากพฤติการณ์ที่ปรากฏ ดังนี้ นายจตุภัทร์ ได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบและข้อกำหนดภายในเรือนจำอย่างชัดเจน อันได้แก่ การนำเสื้อผ้าของทางราชการไปคลุมปิดกล้องวงจรปิดในห้องคุมขัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการรักษาความปลอดภัยและเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน และการนำกาแฟผสมน้ำไปขีดเขียนข้อความขนาดใหญ่บนกำแพงภายในห้อง ซึ่งข้อความมีลักษณะเป็นการเขียนข้อความที่ไม่สมควร ส่งผลให้เรือนจำฯ เกิดความเสียหายในด้านการพัฒนาพฤตินิสัยและการควบคุมก่อให้เกิดความสกปรกและทรัพย์สินราชการเสียหาย
จากการสอบข้อเท็จจริงของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าคณะกรรมการฯ ได้มีการแจ้งให้นายจตุภัทร์ ทราบแล้วว่า มีสิทธินำบุคคลที่ไว้วางใจเข้ารับฟังการสอบสวนได้ ซึ่งนายจตุภัทร์ ได้ลงลายมือชื่อรับทราบและรับรองถ้อยคำในบันทึกคำให้การแล้ว แต่ไม่ปรากฏว่านายจตุภัทร์ ได้ร้องขอให้มีบุคคลที่ตนไว้วางใจหรือทนายความเข้ารับฟังการสอบข้อเท็จจริงและมิได้นำพยานหลักฐานมาแสดง เพื่อแก้ข้อกล่าวหาหรือขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับข้อกล่าวหา
ประกอบกับหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติการณ์ไว้ได้ทั้งหมด นายจตุภัทร์ ได้ให้การยอมรับว่ากระทำการตามที่ถูกกล่าวหา โดยมิได้โต้แย้งในปัญหาข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าพนักงานเรือนจำมีอำนาจดำเนินการทางวินัยตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ การลงโทษทางวินัยดังกล่าว ได้ดำเนินการภายใต้กระบวนการพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักความเหมาะสม สัดส่วนแห่งการลงโทษ และสิทธิของผู้ต้องขังตามที่กฎหมายรับรองไว้ทุกประการ มิได้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือใช้อำนาจโดยมิชอบแต่อย่างใด
กรณีข้อโต้แย้ง “ถูกงดเยี่ยมญาติใกล้ชิด โดยไม่ระบุเวลาสิ้นสุดการลงโทษ” กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ได้ดำเนินการทางวินัยตามกฎกระทรวง การดำเนินการทางวินัยผู้ต้องขัง พ.ศ.2563 แก่นายจตุภัทร์ ฐานจงใจ ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่นเสียหาย ข้อ 10(2) ให้ลดชั้น และฐานจงใจทำให้ผู้อื่นหรือกิจการของเรือนจำเสียหาย ข้อ 16(3)(ง) ตัดจำนวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกฯ แต่เนื่องจากนายจตุภัทร์ เป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี จึงไม่สามารถลงโทษตามข้อดังกล่าวได้ จึงต้องอาศัยอำนาจตามข้อ 20 ลงโทษภาคทัณฑ์แทน ดังนั้น เมื่อนายจตุภัทร์ ได้รับทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 จึงถือว่าคำสั่งลงโทษมีผลและสิ้นสุดนับแต่วันดังกล่าว
ทั้งนี้ การออกคำสั่งลงโทษทางวินัยผู้ต้องขัง ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิด้านต่างๆ อาทิ คุณสมบัติของผู้ต้องขังที่จะได้รับการเยี่ยมญาติใกล้ชิด จะต้องไม่อยู่ระหว่างถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกลงโทษทางวินัย ในรอบที่มีการเยี่ยมญาติใกล้ชิด เป็นต้น อันเป็นไปตามแนวทางบริหารงานเรือนจำเพื่อความเสมอภาค
กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า การดำเนินงานของเรือนจำทุกแห่งยึดถือหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และความมั่นคงปลอดภัยภายในเรือนจำควบคู่กัน โดยการใช้มาตรการทางวินัยต่อผู้ต้องขังเป็นไป
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและระเบียบวินัยภายในเรือนจำ อันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานราชทัณฑ์โดยรวม มิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือจำกัดสิทธิของผู้ต้องขังเกินสมควรแก่เหตุแต่อย่างใด โดยพร้อมที่จะนำพยานหลักฐานและข้อกฎหมายทั้งหมดเข้าชี้แจงต่อศาลปกครองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ไผ่ ดาวดิน” ร้องถูกกลั่นแกล้ง โดนตัดสิทธิ์เยี่ยมญาติ เหตุประท้วงเขียนผนัง
- ศาลพิพากษาคุก “ไผ่ ดาวดิน” 2 ปี 8 เดือน ชี้ไม่ใช่ความเห็นสุจริต
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





