ข่าวการเมือง

สส.พรรคส้ม ชี้ รถไฟชนรถเมล์ ไม่ใช่แค่ประมาทส่วนบุคคล สะท้อนโครงสร้างล้มเหลว

เสกสิทธิ์ สส.พรรคประชาชน ชี้ รถไฟชนรถเมล์ ไม่ใช่แค่ประมาทส่วนบุคคล สะท้อนโครงสร้างล้มเหลว ต้องแก้ไขโครงสร้างการคมนาคม

นาย เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร กรุงเทพฯ เขต 2 จากพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กถึงเหตุโศกนาฎกรรมรถไฟชนรถเมล์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บ 30 ราย ว่า “รถไฟชนรถเมล์ไม่ใช่แค่ความประมาทบุคคล แต่สะท้อนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง”

ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนและตรงไปตรงมา เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวของผู้สูญเสียทุกคน

ขอให้มีการเยียวยาและชดใช้อย่างเหมาะสม หากพบว่ามีหน่วยงานใดที่มีความบกพร่องจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย ก็ขอให้มีการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังจนถึงที่สุด

เหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์แบบนี้ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
-ปี 2567 มีเหตุการณ์ลักษณะใกล้เคียงกันเกิดขึ้นที่ ต.ปากทาง จ.พิจิตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
-ปี 2565 เกิดเหตุลักษณะเดียวกันที่จุดตัด ซ.หัวหิน 94 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย
-ปี 2563 เกิดเหตุรถไฟชนรถบัสกฐินที่ จ.ฉะเชิงเทรา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 รายและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

แต่ละปีมีอุบัติเหตุในจุดตัดทางรถไฟเกิดขึ้นเฉลี่ยปีละอย่างน้อย 60-80 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตโดยเฉลี่ยปีละ 20-30 คน คำถามสำคัญคือจะป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างไร และจะสามารถลดความเสี่ยงโดยไม่พิจารณาว่าเป็นเพียงแค่ปัญหาของพฤติกรรมส่วนบุคคลได้อย่างไร

จากการอภิปรายของสมาชิก สามารถสรุปออกได้เป็นสี่ปัญหาหลักด้วยกันคือ

1) การบังคับใช้กฎหมายและวินัยจราจร ซึ่งไม่ใช่แค่การกระทำของบุคคลใดหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทั้งระบบในการกวดขันวินัยจราจร ปัญหาในการตรวจจับและลงโทษทั้งระบบ ที่รองรับด้วยวัฒนธรรมวินัยจราจรที่อ่อนแอของสังคมไทย

2) ปัญหาขาดการบูรณาการเชิงระบบระหว่างการขนส่งทางรางและการจราจรบนท้องถนน ซึ่งขาดการประสานงานข้อมูลร่วมกันอย่างมาก จากการที่แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างทำ ต่างมีข้อมูลของตัวเองโดยไม่นำข้อมูลเหล่านี้มาบูรณาการร่วมกัน

3) ปัญหาการขาดการพัฒนาระบบการป้องกัน และขาดการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เช่น ระบบเซ็นเซอร์แจ้งเตือน หรือระบบเซ็นเซอร์หยุดรถอัตโนมัติ รวมถึงการนำแผงกั้นตลอดแนวมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับเส้นทางต่างๆ

4) ปัญหาเชิงโครงสร้างผังเมืองและข้อจำกัดทางกายภาพของเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเส้นทางการคมนาคม และเกี่ยวข้องโดยตรงกับจุดตัดในระดับถนนที่มีกว่า 2,600 จุด

เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้างการคมนาคม ไม่ใช่เพียงแต่ปะผุไปในแต่ละจุด แต่ต้องมีการยกระดับโดยภาพรวม มีการสำรวจจุดตัดและจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างจริงจัง เพื่อคัดแยกว่าแต่ละจุดควรใช้วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร จุดไหนควรต้องใช้วิธีการอย่าง missing link จุดไหนควรทำทางยกระดับ จุดไหนทำทางลอด หรือจุดไหนควรระงับการใช้และหันไปดำเนินการสร้างเส้นทางอื่นแทน

แต่ที่สำคัญอย่างยิ่ง แม้สมาชิกจะเห็นตรงกันว่าเป็นประเด็นสำคัญ แต่เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการให้ความสำคัญจากรัฐบาลขอฝากประเด็นเหล่านี้ที่สมาชิกสภาได้อภิปรายถึงเพื่อนำส่งไปถึงรัฐบาล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการต่อจากนี้ของรัฐบาลจะเป็นการดำเนินการที่มีคำตอบที่ชัดเจน มีแผนการจัดการทั้งระบบ มีกรอบระยะเวลาการดำเนินการ และต้องสามารถตอบให้ได้ว่าใครหรือหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพหลักในการผลักดันเพื่อการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่โยนกันไปมาโดยไม่มีเจ้าภาพหลักในการรับผิดชอบอีก และหวังว่าโศกนาฏกรรมในครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย และจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญให้รัฐบาลหันกลับให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Nateetorn S.

ทำงานกับ Thaiger มาตั้งแต่ปี 2020 จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ เคยทำงานกับสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศ ทำให้มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ เจาะประเด็นข่าวการเมืองอาชญากรรม ข่าวแปลกๆ เรื่องน่าสนใจจากต่างประเทศ ช่องทางติดต่อ tee@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button