ข่าวดาราบันเทิง

นิกกี้ มินาจ เล่าสาเหตุชอบ “ทรัมป์” เพราะโดนบุกบ้าน แต่ไม่มีฝ่ายซ้ายช่วย

นิกกี้ มินาจ แร็ปเปอร์ผู้มีผู้ติดตาม 200 ล้านคน เปิดตัวหนุน โดนัลด์ ทรัมป์ เหตุเบื้องหลังรอยร้าวทางการเมือง โดนคุกคามถึงบ้านพัก ทีมงานฝั่งขวาฉวยจังหวะดึงตัวร่วมแคมเปญหาเสียงจนกลายเป็นพันธมิตรแนบแน่น

นิกกี้ มินาจ แร็ปเปอร์ผู้หญิงวัย 43 ปี เจ้าของสถิติศิลปินหญิงที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ ด้วยผลงานเพลงฮิตบนชาร์ต Billboard Hot 100 มากกว่า 130 เพลง คว้ารางวัล BET Awards กว่า 20 ครั้ง มียอดสตรีมรวมหลายหมื่นล้านครั้ง มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียรวมกันกว่า 200 ล้านคน สร้างความตกใจให้แฟนคลับ หลังเธอหันมาสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเปิดเผย จนคนในอุตสาหกรรมดนตรีมองเธอเปลี่ยนไป แฟนคลับกลุ่ม Barbz ที่คุ้นเคยกับภาพลักษณ์สีสันฉูดฉาดของเธอต่างรู้สึกสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าทำไมเปลี่ยนไปขนาดนี้

สัญญาณความเห็นทางการเมืองที่สวนกระแสปรากฏขึ้นตั้งแต่ปี 2555 นิกกี้เคยแทรกเนื้อหาเชิงสนับสนุนพรรครีพับลิกันในบทเพลง Mercy ของ ลิล เวย์น แต่ตอนนั้นไม่มีใครให้ความสนใจมากนัก จนกระทั่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวสู่ยุคสมัยที่สอง เธอจึงออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน

เบื้องหลังการเปลี่ยนขั้วการเมืองนี้ นิกกี้ ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Time ว่า มาจากการวางแผนอย่างเป็นระบบของทีมการเมืองฝั่งทรัมป์ อเล็กซ์ บรูสวิทซ์ อินฟลูเอนเซอร์ฝ่ายขวาที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของทรัมป์ ใช้วิธีส่งทรัมป์ไปออกรายการพอดแคสต์ชื่อดังที่มีฐานผู้ฟังเป็นผู้ชายจำนวนมาก พยายามดึงทรัมป์กลับเข้าไปอยู่ใจกลางวัฒนธรรมป็อป

ทีมงานมองเห็นว่า นิกกี้ มินาจ เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิด เธอมีความเชื่อแบบอนุรักษนิยมอยู่ในใจมาตลอด การดึงเธอเข้ามาร่วมงานจึงเป็นเรื่องเล่าทางการเมืองที่ทรงพลัง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ นิกกี้ มินาจ หันเหความสนใจทางการเมือง

มาจากความผิดหวังในตัวอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา เธอรู้สึกอึดอัดกับความเชื่อที่ว่าศิลปินผิวดำต้องเลือกพรรคเดโมแครตเสมอ นิกกี้มีปัญหาขัดแย้งส่วนตัวกับ เจย์-ซี ผู้เป็นเพื่อนสนิทของโอบามา เธอเชื่อว่า เจย์-ซี พยายามทำลายเส้นทางอาชีพของเธอผ่านบริษัทบันเทิง Roc Nation ของเขา

ศิลปินหลายคนรู้สึกไม่พอใจกับการใช้อำนาจในวงการเพลงของบริษัทเจ้าพ่อแร็ปเปอร์ “ฉันคิดว่าเจย์-ซีทำให้โอบามาเสียคะแนนไปมากโดยที่เขาอาจไม่รู้ตัว แร็ปเปอร์หลายคนไม่ชอบเจย์-ซีแต่กลัวที่จะพูดออกมา”

ความไม่พอใจปะทุถึงขีดสุดช่วงหาเสียงปี 2567 โอบามาออกมาวิจารณ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ชายผิวดำบางคนที่ไม่อยากเลือกผู้หญิงเป็นผู้นำประเทศ นิกกี้ มินาจ มองคำพูดนี้เป็นการดูถูก “ฉันเห็นวิดีโอมากมายของผู้ชายผิวดำที่บอกว่าพวกเขาไม่ชอบสุนทรพจน์ของโอบามา พวกเขารู้สึกว่าไม่มีใครฟังเสียงพวกเขา”

จุดเปลี่ยนอีกครั้งเกิดขึ้นในปี 2564 นิกกี้ มินาจ โพสต์ข้อความตั้งข้อสงสัยเรื่องวัคซีนโควิดบนโซเชียลมีเดีย เล่าเรื่องเพื่อนของลูกพี่ลูกน้องในประเทศตรินิแดดมีอาการอัณฑะบวมหลังฉีดวัคซีนจนต้องยกเลิกงานแต่งงาน นิกกี้เชิญชวนให้ผู้ติดตามคิดทบทวนเพื่อตัดสินใจเองโดยไม่ถูกบังคับ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขตลอดจนกลุ่มฝ่ายซ้ายวิจารณ์คำพูดดังกล่าวอย่างหนัก รัฐมนตรีสาธารณสุขตรินิแดดต้องจัดแถลงข่าวโต้แย้งว่าไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงวัคซีนกับอาการอัณฑะบวม นิกกี้ มินาจ ตอบโต้เรื่องนี้ว่า “ฉันเดาว่าพวกเขาคงไปตรวจอัณฑะทุกคนในตรินิแดดแล้วกลับมาบอกฉันว่าฉันโกหก”

วิกฤตครั้งนั้นทำให้ ชาร์ลี เคิร์ก นักกิจกรรมฝ่ายขวาออกมาปกป้อง นิกกี้ มินาจ ควีนออฟแร็ปจึงเริ่มเปิดรับกลุ่มการเมืองฝ่ายขวามากขึ้นตั้งแต่นั้นมา

โดนคุกคามถึงบ้าน

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เธอตัดสินใจเลือกข้างทางการเมืองอย่างชัดเจนคือ ตอนโดนคุกคามที่บ้านพักมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ในลอสแองเจลิส ช่วงปี 2565 ถึง 2566 มีกลุ่มคนไม่หวังดีโทรศัพท์แจ้งความเท็จเพื่อให้ตำรวจติดอาวุธบุกเข้าไปในบ้านของเธอหลายครั้ง

บาดแผลครั้งนั้นสร้างความหวาดกลัวให้เธอรวมถึงลูกชายอย่างมาก นิกกี้พยายามขอความช่วยเหลือจาก แกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ผ่านคนกลาง แต่ผู้ว่าการรัฐไม่ตอบสนองใดๆ เธอเล่าว่าเขาเพิกเฉยต่อเธออย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ตนเองจ่ายภาษีให้รัฐเป็นจำนวนมาก

ในเดือนเมษายน 2568 เกิดเหตุการณ์แจ้งความเท็จซ้ำอีก แอนนา พอลินา ลูนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันจากฟลอริดา ได้โทรศัพท์มาหาเธอเพื่อช่วยเหลือประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับรัฐบาลกลาง นิกกี้ มินาจ เล่าความรู้สึกว่า “ฉันตกใจมาก ฉันไม่เคยเห็นใครในวงการการเมืองปฏิบัติกับฉันแบบนี้มาก่อน” เหตุการณ์นั้นทำให้เธอตัดสินใจไม่ปิดบังจุดยืนทางการเมืองอีกต่อไป

ภาพจาก : Youtube MTV

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นิกกี้ มินาจ เดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์ที่องค์การสหประชาชาติในหัวข้อการกดขี่ชาวคริสเตียนในแอฟริกา จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย Truth Social เกี่ยวกับการโจมตีชุมชนคริสต์ในประเทศไนจีเรีย

นิกกี้เข้าไปแสดงความขอบคุณบนแพลตฟอร์ม X วันต่อมา อเล็กซ์ บรูสวิทซ์ จึงโทรศัพท์ติดต่อเธอ ต่อมาในเดือนมกราคม ทีมงานของทรัมป์เชิญเธอไปทำเนียบขาวเพื่อร่วมงานเปิดตัวโครงการออมทรัพย์สำหรับเด็ก นิกกี้ได้นั่งรถยนต์หุ้มเกราะ The Beast ไปพร้อมกับทรัมป์

ในงานดังกล่าว ทรัมป์ยกย่องให้เธอเป็นราชินีแห่งแร็ป เธอตอบกลับด้วยการเรียกเขาว่าเป็นประธานาธิบดีคนโปรด เธอบอกกับผู้เข้าร่วมงานว่า “ฉันน่าจะเป็นแฟนหมายเลขหนึ่งของประธานาธิบดี เรื่องนี้จะไม่มีวันเปลี่ยน”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทักทายกับนิกกี้ มินาจ บนเวทีระหว่างการเปิดตัวโครงการที่รู้จักกันในชื่อ Trump Accounts ณ หอประชุม Andrew W. Mellon ในวันพุธที่ 28 มกราคม 2026 ที่กรุงวอชิงตัน

ปัจจุบัน นิกกี้ มินาจ แสดงท่าทีสนับสนุนกฎหมายที่บังคับให้ประชาชนต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อนลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เธอพูดถึงปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งตามทิศทางของทรัมป์ แม้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด เมื่อมีคนถามถึงกรณีที่ทรัมป์อ้างเรื่องการเลือกตั้งปี 2563

นิกกี้ชี้แจงว่า “ฉันไม่รู้จริงๆ แต่ฉันรู้ว่าถ้าเขาออกมาพูดแบบนี้ เขาต้องทำการบ้านมาแล้ว ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นมาเอง” เธอมั่นใจในบทบาทของตัวเองต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เมองว่ายังมีคนดังอีกหลายคนที่คิดเหมือนเธอแต่ไม่กล้าพูดออกมา

นิกกี้เชื่อว่าทุกคนแค่รอใครสักคนที่กล้ายอมรับแรงกระแทกเป็นคนแรก เธอคิดว่าตัวเองคือตัวเร่งปฏิกิริยาของการเปลี่ยนแปลงนั้น ก่อนจะเดินกลับไปที่รถในมาร์-อา-ลาโก เธอทิ้งท้ายประโยคสำคัญไว้ว่า “หวังว่าเมื่อพวกเขาเห็นฉัน ได้ยินฉันพูด ได้รู้สึกถึงพลังของฉัน พวกเขาจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า แล้วฉันกลัวใคร กลัวอะไรอยู่”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button