กรมควบคุมโรค เผยพบผู้ป่วยฝีดาษลิง 48 ราย หลังสงกรานต์ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

กรมควบคุมโรค เผยพบผู้ป่วยฝีดาษลิง 48 ราย หลังสงกรานต์ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เตือนนักท่องเที่ยวไทย-เทศ ดูแลสุขภาพ ลดพฤติกรรมเสี่ยง
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ภายหลังช่วงเทศกาลท่องเที่ยว เป็นช่วงการเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานร หรือ Mpox อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสายพันธุ์ Clade Ib ซึ่งพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและมีความเชื่อมโยงกับการเดินทางและกิจกรรมในช่วงเทศกาล
เนื่องจากโรคมีระยะฟักตัวประมาณ 5-21 วัน จึงอาจเริ่มทยอยแสดงอาการในระยะนี้ มีโอกาสพบผู้ป่วยเพิ่มเติม และอาจเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในบางพื้นที่ ขณะเดียวกัน การติดตามผู้สัมผัสอาจทำได้ไม่ครบถ้วนในบางกรณี จึงจำเป็นต้องอาศัยการสังเกตอาการและการป้องกันตนเองควบคู่กัน
ว่า โดยข้อมูลล่าสุด วันที่ 3 พ.ค.2569 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร ปี 2569 จำนวน 48 ราย เป็นสายพันธุ์ Clade II 43 ราย และสายพันธุ์ Clade Ib 5 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อยู่ในช่วงอายุ 18-39 ปี โดยช่องทางหลักในการติดเชื้อเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยสถานการณ์ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
นพ.มณเฑียร กล่าวว่า โรคฝีดาษวานรสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสผื่นหรือตุ่ม สารคัดหลั่ง หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน จึงขอเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการผิดปกติ รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และลดพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค
สำหรับอาการที่ควรสังเกต ได้แก่ มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และมีผื่นหรือตุ่มตามร่างกาย หากมีอาการดังกล่าว โดยเฉพาะหลังเข้าร่วมกิจกรรมหรือเดินทางในช่วงที่ผ่านมา ขอให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม
นพ.มณเฑียร กล่าวว่า โรคฝีดาษวานรสายพันธุ์ Clade Ib เป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวัง แม้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในการควบคุม แต่ยังคงมีความเสี่ยงในช่วงระยะฟักตัวของโรค จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการแพร่เชื้อและคงความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขของประเทศ
กรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการเชิงรุกในการรณรงค์ให้ความรู้และวิธีป้องกันโรคฝีดาษวานรแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงสนับสนุนถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ นอกจากนี้ ได้เตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการดูแลรักษา พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทรสายด่วน 1422
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- พบผู้ป่วยฝีดาษลิง ติดจากเรือนจำเพิ่ม 2 ราย ยังไม่ระบาดออกนอกพื้นที่
- องค์การอนามัยโลก เปลี่ยนชื่อฝีดาษลิงเป็น Mpox
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





