นาทีสลด หนุ่ม 28 เป็นไข้ ตื่นมาดื่มน้ำ ก่อนชักดับกะทันหัน หมอแทน คาดสาเหตุนี้

นพ.ธนีย์ วิเคราะห์สาเหตุหนุ่มวัย 28 ไข้ขึ้น 2 วัน ลุกขึ้นมาดื่มน้ำ มีอาการคล้ายชัก ก่อนดับปริศนา คาดเกิดจากไวรัสลงหัวใจหรือโรคไหลตาย แนะวิธีสังเกตอาการอันตรายต้องรีบพบแพทย์
จากกรณีชายหนุ่มวัย 28 ปี มีร่างกายแข็งแรง ป่วยเป็นไข้เพียง 2 วัน ตื่นขึ้นมา ลุกขึ้นมาดื่มน้ำ จู่ ๆ ล้มลงไปกับเตียง มีอาการคล้ายชักจนเสียชีวิต ล่าสุด นพ. ธนีย์ ธนียวัน หรือ หมอแทน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด วิกฤตบำบัด และการปลูกถ่ายปอด ออกมาวิเคราะห์สาเหตุทางการแพทย์อย่างละเอียด ย้ำชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 อย่างแน่นอน
ผู้เสียชีวิตคือ “คุณต้น” อายุ 28 ปี เป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่ทราบแน่ชัด แต่มีพฤติกรรมคือเป็นคนสูบบุหรี่จัด และดื่มเหล้าบ้าง รวมถึงไม่ค่อยชอบไปหาหมอ
ก่อนเกิดเหตุ คุณต้นมีอาการป่วยเป็นไข้มา 2 วัน แต่คิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาเดี๋ยวก็หายจึงไม่ได้ไปพบแพทย์ และอาการก็ค่อยๆ ดีขึ้นแล้ว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม เวลาประมาณ 8:00 น. ขณะที่คุณต้นกำลังนอนอยู่กับภรรยา เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงเพื่อหยิบน้ำมาดื่ม แต่หลังจากดื่มไปสักพัก เขาก็นิ่งไป แก้วน้ำหลุดตก และล้มตัวลงไปบนเตียงก่อนจะมีอาการคล้ายชัก
ภรรยาที่นอนอยู่ข้าง ๆ รีบลุกมาพยุง และสังเกตเห็นว่าคุณต้น มีเสียงหายใจผิดปกติในลำคอ และมีอาการไอแรงๆ ออกมา
ภรรยาจึงเรียกคุณแม่เข้ามาดู และรีบโทรเรียกหน่วยฉุกเฉิน มีการทำ CPR (ปั๊มหัวใจ) สำเร็จในเบื้องต้น แต่สุดท้ายคุณต้นก็ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
หมอแทน อธิบายภาพจากคลิปวิดีโอว่า อาการที่เห็นตอนล้มลงไปสักพักแล้วชักหยุดไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การชักจริง ๆ แต่เกิดจากการที่สมองขาดออกซิเจน สันนิษฐานว่าในจังหวะนั้น หัวใจน่าจะเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ทำให้เลือดไม่สามารถสูบฉีดออกจากหัวใจไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ สมองที่ขาดเลือดจึงตอบสนองด้วยอาการคล้ายชัก
ส่วนการชักจากไข้สูงนั้นโดยปกติจะพบได้ในเด็กเล็กเท่านั้น ต่างจากการชักในผู้ใหญ่เวลามีไข้มักจะชักต่อเนื่องยาว ๆ และต้องเกิดจากปัญหาที่สมอง เช่น เยื่อหุ้มสมองติดเชื้อ หรือโรคลมชักที่มีอยู่เดิม
ประเด็นที่คนสงสัยว่าดื่มน้ำแล้วสำลักจนเสียชีวิตหรือไม่ นพ.ธนีย์ ระบุว่า การที่มีเสียงหายใจผิดปกติและไอแรง ๆ อาจมีการสำลักน้ำเข้าไปบ้าง แต่การสำลักน้ำในปริมาณเล็กน้อยไม่สามารถทำให้อุดหลอดลมจนเสียชีวิตได้ในคนวัย 28 ปีที่ยังสามารถไอออกมาได้แรง ๆ

นพ.ธนีย์ วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติน่าจะมาจาก 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ภาวะไวรัสลงหัวใจ
การมีไข้นำมาก่อน 2 วัน อาจเป็นไวรัสที่สามารถลงไปที่กล้ามเนื้อหัวใจได้ โรคนี้ไม่มีอาการจำเพาะที่ใช้แยกจากไข้หวัดทั่วไป และไม่มีทางรู้ล่วงหน้า เมื่อไวรัสลงหัวใจ อาจทำให้หัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง หัวใจจะบีบตัวเร็วและสั่นจนเลือดค้างอยู่เต็มหัวใจ ไม่สามารถบีบเลือดไปเลี้ยงสมองได้
ปัจจุบันภาวะไวรัสลงหัวใจยังไม่มียารักษาหรือยาต้านไวรัสเฉพาะเจาะจง ทำได้เพียงการรักษาแบบประคับประคองเท่านั้น
2. โรคไหลตาย หรือความผิดปกติของช่องนำเกลือแร่ในหัวใจ
โรคเหล่านี้มักซ่อนอยู่ในคนแข็งแรงปกติ และจะดูเหมือนคนทั่วไป แต่โรคจะกำเริบเมื่อร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วย เครียด พักผ่อนไม่พอ ดื่มเหล้าเยอะ หรือมีความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย ในกรณีของคุณต้นป่วยนอนซม 2 วัน อาจทำให้กินอาหารและดื่มน้ำไม่พอ ขาดทั้งน้ำ เกลือแร่ และพลังงานจนไปกระตุ้นภาวะหัวใจที่มีปัญหาให้กำเริบขึ้นมาได้
นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นที่อาจเป็นไปได้แต่น้อยกว่า คือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด เนื่องจากคุณต้นมีประวัติสูบบุหรี่จัดมานาน การเจ็บป่วยประกอบกับการดื่มน้ำไม่พอทำให้เลือดข้นหนืด อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดที่เกิดจากการสะสมของการสูบบุหรี่ ไปอุดตันที่ปอด ส่งผลให้หัวใจทำงานไม่ได้ เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง
ส่วนโรคลมชักที่ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันนั้นเป็นไปได้ยากมาก จากข้อมูลคุณต้นไม่มีประวัติการชักอยู่เรื่อย ๆ มาก่อน
ในกรณีที่ผลชันสูตรศพระบุสาเหตุเบื้องต้นว่า “หัวใจวายฉับพลัน” พร้อมชี้แจงว่า จำเป็นต้องเอาหัวใจมาตรวจอย่างละเอียด 3 ข้อหลัก คือ
1. ตรวจหาเชื้อไวรัสในหัวใจ
ถ้าพบเชื้อก็สามารถสรุปได้ทันทีว่าเกิดจากไวรัสลงหัวใจ
2. ตรวจหาความผิดปกติของช่องทางเกลือแร่
หากผ่าออกมาแล้วกล้ามเนื้อและเส้นเลือดหัวใจดูปกติทุกอย่าง ต้องส่งตรวจพิเศษว่าช่องทางที่ให้เกลือแร่ผ่านมีความผิดปกติจนทำให้การนำไฟฟ้าเกิดปัญหาหรือไม่
3. ตรวจหาสารเสพติดและสารพิษในร่างกาย
เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ต้องทำกับผู้เสียชีวิตกะทันหันทุกราย เพื่อความรอบคอบและตัดประเด็นความผิดพลาดออกไป การเจาะเลือดดูเอนไซม์หัวใจหลังเสียชีวิตอาจบอกผลได้ยาก เพราะการทำ CPR ปั๊มหัวใจ ทำให้เอนไซม์หัวใจรั่วออกมาในเลือดได้เช่นกัน แพทย์จึงต้องดูระดับความสูงของเอนไซม์ประกอบอย่างระมัดระวัง ว่าสูงจากไวรัสทำลายเซลล์หัวใจ หรือสูงจากการทำ CPR
หากผลตรวจพบว่าเป็นโรคเกี่ยวกับช่องนำเกลือแร่ที่ผิดปกติ มักเป็นกรรมพันธุ์ สมาชิกในครอบครัวสายเลือดเดียวกัน ทั้งพ่อ แม่ ลูก หรือพี่น้องต้องไปพบแพทย์โรคหัวใจเพื่อตรวจร่างกายทุกคนโดยด่วน แม้จะแข็งแรงดีหรือไม่เคยแสดงอาการมาก่อนก็ตาม เพื่อประเมินว่าต้องกินยา หรือใส่เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจเพื่อป้องกันหรือไม่
ในช่วงท้าย นพ.ธนีย์ ได้ฝากข้อคิดสำคัญว่า หากมีอาการป่วย เพลียหนัก กินข้าวหรือดื่มน้ำไม่ลง เกลือแร่ไม่พอ อาการดูแย่จนคนรอบข้างเป็นห่วง หรือมีอาการใจสั่น เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออกหนัก ๆ ในอก อย่าฝืนเด็ดขาด ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย
แม้การไปพบแพทย์จะไม่ได้การันตีว่าจะรอดชีวิตเสมอไป เนื่องจากโรคอย่างไวรัสลงหัวใจวินิจฉัยได้ยากมาก แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด และขอแนะนำให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ไม่ชอบไปหาหมอ ควรไปตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้ไม่มีโรคประจำตัว
หากใครใช้บุหรี่ กัญชา หรือยาเสพติด ควรเลิกทันที เพราะอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเรื่องโชคร้ายขึ้นได้ในวันใดวันหนึ่ง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ลูกชาย ป.5 ถูกครูคณิตฯ บิดหูจนอักเสบ-ไข้ขึ้น แม่โวยคดีไม่คืบแถมไม่เคยขอโทษ
- นายกฯ อาการดีขึ้น หลังไข้ขึ้นซ้ำ ลุยเป็นประธานประชุม ครม. สัญจร
- เป็นห่วง ดาราสาว ไข้ขึ้น 39.8 ทรมาน 2 วัน ช่วงนี้ระบาดหนัก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





