สรุปปม ฆ่าโหดในร้านตัดผม รวบเจ้าของร้าน-เมีย 2 คน ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรอง

สรุปเหตุการณ์ ฆ่าโหดในร้านตัดผม อ้างป้องกันตัว สุดท้ายหลักฐานมัดตัว รวบลุงเจ้าของร้าน พร้อมเมีย 2 คน แจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรอง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นคือ นายตี๋ อายุ 26 ปี ถูกนายเอก ซึ่งเป็นเจ้าของร้านตัดผม อายุ 59 ปี ใช้สากทุบหัวกระทั่งเสียชีวิตคาร้านตัดผม โดยลุงเจ้าของร้านอ้างว่า “เป็นการป้องกันตัว” เพราะผู้ตายจะใช้มีดแทง เพราะตนไม่ให้ยืมเงิน 20,000 บาท
หลังก่อเหตุและมีเจ้าหน้าที่มาดูที่เกิดเหตุ เพื่อสอบปากคำเจ้าของร้านตัดผม แก๊งเพื่อนผู้ตายนับร้อยรวมตัวล้อมร้านตัดผม พร้อมแฉว่านี่คือการจัดฉากลวง ตี๋ มาฆ่า โดยใช้มือถือเป็นเหยื่อล่อ ชนวนเหตุมาจากความหึงหวง เพราะผู้ตายเคยแอบคบกับเมียน้อยของลุงเจ้าของร้าน จนมีลูกด้วยกัน แต่เมียหลวงลุงเจ้าของร้านอาสารับเลี้ยงเด็กไว้
นอกจากนั้นยังพบพิรุธเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุและตรวจดูสภาพศพผู้เสียชีวิต พบว่า มือของตี๋กำมีดทิ่มลงพื้นคล้ายถูกจับยัดไว้เพื่อจัดฉาก ทั้งยังมีคลิปเสียงที่ตี๋ร้องขอชีวิตภายในร้านตัดผม “พี่ช่วยผมด้วย พี่อย่าทำผม… ทำไมพี่ต้องรุมผมด้วย” ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าต้องมีคนช่วยจับตัวตี๋เอาไว้ก่อนลงมือฆ่า
คลิปเสียงดังกล่าวถูกบันทึกเอาไว้ได้จากโทรศัพท์มือถือของเด็กหญิง อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนผู้ตายที่เดินทางไปที่ร้านตัดผมในวันเกิดเหตุด้วยกัน ทำให้ทั้งตัวเด็กหญิง และคลิปเสียงในโทรศัพท์กลายเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้มัดตัวลุงเจ้าของร้านตัดผมเอาไว้ได้
จากคลิปเสียงและพยานปากเอกที่อยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่เริ่ม สามารถยืนยันได้ว่า ลุงไม่ได้ลงมือสังหารโหดตี๋เพียงคนเดียว แต่มีผู้หญิงอีก 2 คนที่มีส่วนร่วมในการก่อเหตุครั้งนี้
ต่อมาทราบว่าผู้หญิง 2 คนที่ร่วมก่อเหตุ คือ ภรรยาของลุงเจ้าของร้านเป็นชาวไทย 1 คนและชาวลาวอีก 1 คน ซึ่งทั้งคู่อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ จากพยานหลักฐานที่มี สามารถเชื่อมโยงสอดคล้องได้กับสภาพศพที่เจอพิรุธหลายแห่ง ทั้งรอยที่ข้อมือคล้ายถูกมัดด้วยเชือก รวมถึงรอยฟกช้ำตามร่างกาย
จึงคาดว่าภรรยาทั้งสองคนอาจเป็นคนช่วยกันจับล็อกตัวของ ตี๋ ผู้ตายเอาไว้ เพื่อให้ลุงเอกใช้สากกะเบือทุบศีรษะถึง 5 แผล และใช้ ท่อนเหล็ก ตีซ้ำเข้าที่ขา ส่วนมีดที่อยู่ในมือผู้ตายในลักษณะ “ปลายมีดทิ่มลงพื้น” ซึ่งผิดธรรมชาติของการพุ่งแทง จึงทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการนำมีดยัดใส่มือผู้ตายในภายหลังเพื่อ “จัดฉาก” อำพรางคดีอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว
ความคืบหน้าล่าสุดของคดีในวันนี้ (18 เม.ย. 69) ทีมตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้นำตัวลุงเอก เจ้าของร้านตัดผมผู้ก่อเหตุ, เมียที่ 1 และ เมียที่ 2 เข้ามาสอบปากคำอย่างหนักแบบแยกห้องสอบสวน
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ทำการตรวจเช็ก DNA รอยคราบเลือด และรอยนิ้วมือแฝงของทั้ง 3 คนอย่างละเอียด เพื่อนำไปเทียบเคียงกับดีเอ็นเอที่พบบนอาวุธที่ตกในที่เกิดเหตุ คือ สากกะเบือ, ท่อนเหล็ก, มีด และบนศพของตี๋ผู้ตาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การของ นายเอก ลุงเจ้าของร้านตัดผม ที่อ้างว่าทำไปเพราะป้องกันตัว เนื่องจากหลักฐานแวดล้อมและพยานบุคคลชี้ชัดขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง จึงทำการแจ้งข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
แม้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจะยังคงให้การปฏิเสธเรื่องเจตนาฆ่า แต่พนักงานสอบสวนได้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคัดค้านการประกันตัวอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สรุปปมยืมเงิน 2 หมื่นไม่ได้ เจอสากตีหัวดับ เพื่อน-ญาติคนตายนับ 100 ฮือล้อมร้านตัดผม
- เพื่อนเล่าอีกมุม เชื่อถูกลวงไปที่ร้านตัดผม เผย “ตี๋” ไม่ยืมเงินใคร ล่าสุดตร.แจ้งข้อหาแล้ว
- แฉ “เอก” เจ้าของร้านตัดผม ฉากหน้าใจบุญ ธรรมะธรรมโม-บ้านมีคนติดเตียง
อ้างอิงจาก : FB อรรถรส
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





