ข่าวต่างประเทศ

เดือดจัด! ญี่ปุ่นนับพันลุกฮือประท้วงสร้าง ‘มัสยิด’ ชี้ ขัดแย้งวิถีชีวิตดั้งเดิม

สมรภูมิความขัดแย้งกลางฟูจิซาวะ เมื่อศาลเจ้าชินโตถูกท้าทายด้วยมัสยิดยักษ์ ชาวญี่ปุ่นนับพันลุกฮือลั่น “เราไม่ต้องการมัสยิดแม้แต่แห่งเดียว” ขณะทางการยันโครงการผ่านกฎหมายทุกข้อ จับตาจุดเดือด “เสรีภาพทางศาสนา” หรือ “การเหยียดเชื้อชาติ”

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ หลังมีการปล่อยคลิปวิดีโอเหตุการณ์ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรวมตัวเดินขบวนประท้วงในเมืองฟูจิซาวะ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา ภายในคลิปปรากฎภาพของผู้ชุมนุมที่ตะโกนสโลแกนอย่างดุดันว่า “เราไม่ต้องการมัสยิดแม้แต่แห่งเดียว” เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดการตั้งคำถามถึงทิศทางของสังคมญี่ปุ่น ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ทำไมชาวฟูจิซาวะถึง “ไม่เอามัสยิด”?

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงและชาวบ้านในพื้นที่ต้องออกมารวมตัวคัดค้าน มาจากความกังวลใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. บดบังศาลเจ้าเก่าแก่

มีรายงานว่าแบบแปลนของมัสยิดมีขนาดใหญ่โต ซึ่งชาวบ้านมองว่าอาจไป “ข่ม” หรือบดบังทัศนียภาพของศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในบริเวณใกล้เคียง ถือเป็นการไม่เคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิม

2. มลภาวะทางเสียง

ความกังวลเกี่ยวกับเสียง “อาซาน” (เสียงเรียกละหมาด) ที่อาจรบกวนความสงบเงียบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของย่านที่พักอาศัยในญี่ปุ่น

3. วิถีชีวิตที่แตกต่าง

ชาวบ้านกังวลเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดในช่วงเวลาละหมาดใหญ่ รวมถึงธรรมเนียมการฝังศพของชาวมุสลิม ซึ่งแตกต่างจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่นิยมการเผาศพอย่างสิ้นเชิง

ทำไมชาวฟูจิซาวะถึง "ไม่เอามัสยิด"?
X/@ThayzzySmith

ฝั่งโครงการแจง ด้านกฎหมายไฟเขียว

ทางด้านตัวแทนของโครงการ (Fujisawa Masjid) ได้ออกมาชี้แจงเพื่อลดความร้อนแรง โดยยืนยันเจตนารมณ์ว่า “เรารักประเทศญี่ปุ่น และพร้อมจะปฏิบัติตามกฎระเบียบของชุมชนทุกประการ” พร้อมเน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะอยู่ร่วมกับคนในพื้นที่อย่างสันติ

ในมุมของกฎหมาย ทางการท้องถิ่นระบุชัดเจนว่า โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่เอกชน และ “ผ่านเกณฑ์ทางกฎหมาย” ด้านการพัฒนาที่ดินและการแบ่งโซนเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ในทางปฏิบัติการขัดขวางโครงการนี้จึงเป็นเรื่องยาก แม้จะมีแรงต้านจากมวลชนอย่างหนักก็ตาม

ภาพสะท้อนสังคมญี่ปุ่น เมื่อขาดแคลนแรงงาน แต่ใจยังไม่พร้อมรับความต่าง?

ดราม่าที่ฟูจิซาวะไม่ใช่แค่เรื่องของพื้นที่ แต่สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดเชิงโครงสร้างของญี่ปุ่น ปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จนต้องเปิดรับแรงงานต่างชาติและผู้อพยพมากขึ้น

สถิติชี้ให้เห็นว่า ประชากรมุสลิมในญี่ปุ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากราว 1.1 แสนคนในปี 2010 พุ่งสูงกว่า 4 แสนคนในปัจจุบัน ความต้องการศาสนสถานจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งสวนทางกับความพร้อมทางใจของคนท้องถิ่นบางกลุ่มที่ยังคงหวงแหนความเป็นชาตินิยม

ภาพสะท้อนสังคมญี่ปุ่น เมื่อขาดแคลนแรงงาน แต่ใจยังไม่พร้อมรับความต่าง?
X/@ThayzzySmith

โซเชียลเสียงแตก! สิทธิมนุษยชน vs การปกป้องรากเหง้า

บนโลกโซเชียล กระแสถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งสนับสนุนชาวบ้าน มองว่าญี่ปุ่นมีสิทธิ์ขาดในการปกป้องรากเหง้าและวัฒนธรรมของตนเอง พร้อมยกกรณีศึกษาปัญหาความขัดแย้งทางวัฒนธรรมในหลายประเทศแถบยุโรปมาเป็นเครื่องเตือนใจ

ส่วนฝั่งวิจารณ์ มองว่าการประท้วงครั้งนี้เข้าข่ายการเหยียดเชื้อชาติและศาสนา (Islamophobia) ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ประเทศที่เจริญแล้วและมีระบอบประชาธิปไตยที่ควรเคารพเสรีภาพในการนับถือศาสนา

ท้ายที่สุดแล้ว บทสรุปของมัสยิดแห่งแรกในฟูจิซาวะจะเป็นอย่างไร ญี่ปุ่นจะหาจุดสมดุลระหว่าง “การรักษารากเหง้า” และ “การเปิดรับความหลากหลาย” ได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button