นายกฯ ปราจีน แจงแต่งตั้ง “จู เจิ้นเฉิง” ที่ปรึกษา มีคอนเนคชั่นกว้าง ยันไม่ใช่จีนเทา

นายก อบจ.ปราจีนบุรี แจงปมตั้งที่ปรึกษาชาวจีน กู้วิกฤตปลานิลตกต่ำ 1,200 กก. แผนดึงคอนเนกชันอีคอมเมิร์ซช่วยเกษตรกร
นายกฤษฎ์ กษมพันธุ์ ชี้แจงเหตุดึงนักธุรกิจจีนนั่งที่ปรึกษาพิเศษ หวังใช้เครือข่ายอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ช่วยเกษตรกรระบายสินค้าเกษตร พร้อมปัดข้อครหาทุนสีเทา เตรียมให้กาลเวลาพิสูจน์ผลงาน
จากรณีสื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ นายกฤษฎ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี กรณีแต่งตั้ง นายจู เจิ้นเฉิง นักธุรกิจชาวจีน เป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์ หลายคนตั้งข้อสังเกตว่านักธุรกิจรายนี้คือบุคคลเดียวกับที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีเคยแต่งตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุด นายกฤษฎ์ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าที่เลือกนายจู เจิ้นเฉิง เข้ามาทำงานเพราะมองเห็นวิสัยทัศน์ ความสามารถในการประสานงาน นักธุรกิจชาวจีนรายนี้เคยทำงานการเมืองท้องถิ่นในประเทศจีน เขาอาศัยอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรีมานาน สื่อสารภาษาไทยได้ดี หน้าที่หลักคือการเป็นล่ามประสานงานเพื่อผลักดันปราจีนบุรีสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรม
เป้าหมายสำคัญคือการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในอำเภอบ้านสร้างกำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก ปัญหานี้เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางประกอบกับการปิดพรมแดนไทยกัมพูชา
นายจู เจิ้นเฉิง มีความสนิทสนมกับกลุ่มผู้บริหารบริษัทอาลีบาบา เขาจึงอาสาเข้ามาช่วยประสานงานหาช่องทางระบายสินค้า วันที่ 24 มีนาคมนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีจะจัดกิจกรรมจำหน่ายปลานิลราคาถูกจำนวน 1,200 กิโลกรัม ตัวแทนจากบริษัทอาลีบาบาจะลงพื้นที่มาร่วมสังเกตการณ์ พวกเขาจะหาแนวทางรับซื้อผลผลิตช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป
ประเด็นข้อครหาเรื่องทุนจีนสีเทานั้น นายกฤษฎ์ยืนยันว่าบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายย่อมผ่านการตรวจสอบมาแล้ว ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษนี้ทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น
เขาพร้อมเปิดรับคนไทยที่มีความสามารถด้านภาษาจีนเข้ามาร่วมทำงานพัฒนาจังหวัด นายกฤษฎ์เลือกที่จะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ ส่วนนายจู เจิ้นเฉิง จะเดินทางไปแจ้งความตำรวจในวันที่ 24 มีนาคม เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองในชั้นศาลว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา
นายกฤษฎ์เตรียมวางแผนแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเอกชนชาวจีนอีกหนึ่งรายเข้ามาเป็นที่ปรึกษาเพิ่มเติม เป้าหมายเพื่อดูแลด้านการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 6 แห่ง มุ่งเน้นการมอบทุนเรียนต่อหลักสูตรพยาบาล ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีดูแลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถึง 94 แห่ง ล่าสุดหน่วยงานเพิ่งร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชินวัตรเดินหน้าโครงการเมืองอัจฉริยะ โครงการนี้นำร่องใช้รถยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งสถานีชาร์จ เปิดศูนย์ฟอกไต พัฒนาพลังงานสะอาดแบบครบวงจร
ทั้งนี้ ในโลกออนไลน์ มีการแชร์ประวัตินายจู จวินเฉิง ว่าอายุ 37 ปี คนในพื้นที่รู้จักในชื่อว่า เจสัน จบการศึกษา Central South Uhiversity Of Human (คณะวิศวกรรมศาสตร์) เมื่อปี 2016 มีการลงทุนและก่อสร้าง บริษัท ปราจีน ลาเท็กซ์ จำกัด ได้มีการเริ่มประกอบกิจการ ผลิตและจำหน่าย หมอน,ที่นอน,ชุดชั้นใน ยางพารา วัตถุดิบน้ำยาง ได้มีการนำสินค้าจัดส่งออกไปยังประเทศจีน ประกอบกิจการมาเป็นระยะเวลา 8 ปี
จนถึงปี 2024 มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก บริษัท ปราจีน ลาเท็ก จำกัด เป็น บริษัท ฮอตเชน เทคโนโลยี จำกัด จนถึงปัจจุบัน
และนายจู จวินเฉิง ยังเคยเป็นสจ.อยู่เมืองหูหนานด้วย นายจู จวินเฉิง เคยเรียนหลักสูตรหลักสูตร THE MASTER “นักบริหารยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงบวก”ของสถาบันISAB อีกด้วย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศาลจีนชี้ ครูวูบดับขณะสอน ไม่ใช่อุบัติเหตุงาน เหตุกู้ชีพเกิน 48 ชั่วโมง
- ค่ายปราจีนฉาว! พลทหาร ถูกสั่งมุดบ่อเกรอะ-ใช้ไม้ตีกลางหลัง ทบ.พาเหยื่อแจ้งความ-สั่งสอบวินัยสิบเอก
- ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย ปราจีนฯ ปอดติดเชื้อรุนแรง หมอสั่งงดออกรพ. อดไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





